ดับเสี่ยจิวเจ้าพ่อหมายเลข 1 จุมพล สุขภารังษี

"เสียงกระสุนปืนนานาชนิดระดมยิงใส่ รถเบ็นซ์สีเขียว 280 เอส หมายเลขทะเบียน กก 8888 ชลบุรี พร้อมทั้งมีเสียงระเบิดดังขึ้นกึกก้อง กระจกหน้าและหลังรถเบ็นซ์คันดังกล่าวหลุดออกทั้งบาน คนอยู่ภายในรถ 3 คน เลือดท่วมกาย ซุกอยู่ในรถ"

เสียงโหวกเหวกโวยวายดังขึ้นในช่วงเช้าของวันที่ 25 มิถุนายน 2524

"เฮ้ย นายจะออกไปดูงาน รีบๆ หน่อย ไอ้รัชมึงทำอะไรอยู่"

"มึงออกไปก่อน กูยังไม่ได้อาบน้ำ เดี๋ยวกูตามไป"

หลังจากนั้น รถเบ็นซ์สีเขียว 280 เอส หมายเลขทะเบียน กก 8888 ชลบุรี ได้เคลื่อนตัวออกจากบ้านในพื้นที่ ต.บางทราย อ.เมือง จ.ชลบุรี มุ่งหน้าไปตามถนนสายเลี่ยงเมืองชลบุรี หรือถนนบายพาสที่เรียกติดปากกันในปัจจุบันนี้ ภายในรถมี นายจุมพล สุขภารังษี หรือเสี่ยจิว ซึ่งคนสมัยนั้นรู้จักกันดี ถือว่าเป็นเจ้าพ่อหมายเลข 1 พร้อมสมุนคู่ใจคือ นายเฉลิม ฉันทภักดี คนขับ นายสมศักดิ์ มิตรเกตุ เพื่อเดินทางไปดูที่ดินแห่งหนึ่งย่านถนนบายพาส ซึ่งได้ซื้อไว้เพื่อสร้างศูนย์ประชุมขนาดใหญ่ เพื่อรองรับนักการเมืองทั่วประเทศห่างจากบ้านพักไม่น่าจะเกิน 5 กิโลเมตร

ด้วยความชะล่าใจ ปกติ เสี่ยจิวจะเดินทางไปสถานที่แห่งหนึ่งแห่งใด มักจะมีสมุนคอยดูแล และเคลียร์พื้นที่ตลอดเวลา เพราะช่วงนั้นถือว่ามีการยิงกันบ่อยครั้ง โดยเฉพาะผู้ที่จะก้าวขึ้นมามีอิทธิพล หรือคุมผลประโยชน์ในพื้นที่ จ.ชลบุรี อาทิ นายคำนวน เต็มวรรณ คุมคิวรถโคราช รับผิดชอบคุมคิวรถบัสรับ-ส่งผู้โดยสารบริเวณท่ารถชลบุรี - นครราชสีมา ตรงข้ามกับห้างสรรพสินค้าเฉลิมไทยช้อปปิ้งมอลล์ในปัจจุบันนี้ ยังถูกคนร้าย 2 คนขับรถกระบะกระหน่ำด้วยด้วยปืนลูกซองสั้น เข้าบริเวณกลางอกเสียชีวิต เหตุเกิดกลางวันแสกๆ แล้วขับรถหนีไปอย่างลอยนวลตามเส้นทางถนนสายสุขประยูรมุ่งหน้าไป อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี คดีดังกล่าวเงียบหายไปกับสายลมและแสงแดด

หลังจากเสี่ยจิวดูที่ดินเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงได้เดินทางกลับที่พัก ขณะวิ่งมาตามถนนสายเลี่ยงเมืองชลบุรี มุ่งหน้าไป ต.บางทราย รถกระบะ 2 คนได้จอดคอยทีอยู่แล้ว หลังจากรถเบ็นซ์สีเขียว 280 เอส หมายเลขทะเบียน กก 8888 ชลบุรี ออกตัวมาได้สักพัก รถกระบะคันหนึ่งวิ่งแซงหน้ารถเบ็นซ์และชะลอตัวลง หลังจากนั้นท้ายรถได้เปิดออก ชายฉกรรจ์ 1 คนซึ่งนอนราบพื้นกระบะรถพร้อมมัจจุราชอยู่ในอุ้งมือ ได้สาดกระสุนปืนใส่หน้ารถชนิดไม่ต้องนัดเม็ด แต่เดชะบุญยิงไม่เข้า เนื่องจากกระจกรถเบนซ์เป็นกระจกกันกระสุน

คนภายในรถเบ็นซ์เกิดย่ามใจ ที่กระสุนไม่ระคายเคืองกระจกหน้า ที่สำคัญไม่เคยมีใครมาหักเหลี่ยมลบคมขนาดนี้ จึงได้ตัดสินใจไขกระจกรถลง คิดว่ามีรถกระบะคันหน้าคันเดียวที่ลงมือในครั้งนี้ ที่ไหนได้รถกระบะที่ขับตามหลังมา สาดกระสุนใส่รถเบ็นซ์ทางด้านหลังอีก เสียงดังสนั่นหวั่นไปทั่วท้องถนน ชาวบ้านบริเวณดังกล่าว ต่างอุ้มลูกจูงหลานมาดู คิดว่ามีการถ่ายภาพยนตร์กัน เนื่องจากถนนสายเลี่ยงเมืองชลบุรีมีการถ่ายภาพยนตร์แอ๊คชั่นกันเป็นประจำ เช่น ระเบิดรถ ยิงกันสนั่นบนท้องถนน เพราะสมัยนั้นเส้นทางถนนสายเลี่ยงเมืองชลบุรีมีคนใช้กันน้อยมาก ทำให้ 1 ในมัจจุราชที่กำลังจะเด็กชีวิตคนภายในรถเบ็นซ์ต้องออกมาโบกมือห้ามให้หลบออกไปจากวิถีกระสุนปืน เกรงว่าจะถูกลูกหลง ทำให้เสียชีวิตได้ เพราะกระสุนปืนนานาชนิดกำลังถล่มเข้าใส่รถเบ็นซ์กันอย่างเมามัน

การต่อสู้ในครั้งนั้นข้างฝ่ายของเสี่ยจิว ถือว่าไม่ธรรมดา คนอยู่ในรถได้สาดกระสุนปืนสั้นประจำกาย ยิงถูกชายฉกรรจ์ที่อยู่หลังรถกระบะแน่นิ่งไป ช่วงนั้นได้มีชายคนหนึ่งกระโดดลงจากรถกระบะ วิ่งมาที่รถเบ็นซ์แล้วใช้วัสดุสีทึบหย่อนลงไปบริเวณกระจกประตูที่ไขลง พร้อมทั้งหมอบลงข้างรถอย่างชำนาญ คล้ายปฏิบัติการของหน่วยล่าสังหาร เสียงดังสนั่นหวั่นไหว กระจกหน้า-หลังกระเด็นออกไปคนละทิศละทาง เสี่ยจิวเลือดโทรมกายไปทั้งตัว นายเฉลิม ก้นหายไปทั้งแถว รวมทั้งสมศักดิ์ มีบาดแผลตามตัวหลายแห่ง หายใจรวยริน

กลุ่มชายฉกรรจ์มองเห็นสภาพของเป้าหมายที่ถูกทำลายแล้ว จึงวิ่งไปประคองมัจจุราชที่เจ็บอยู่ท้ายรถขึ้นรถกระบะวิ่งหายไปทางหุบเขาของกองทหารแห่งหนึ่งใกล้กับที่เกิดเหตุ หลังจากนั้นเสียงเฮลิคอปเตอร์ก็ทะยานขึ้นสู่อากาศและบ่ายหน้าเข้ากรุงเทพมหานคร

ด้านคนเจ็บภายในรถเบนซ์ ได้มีการนำตัวส่งโรงพยาบาลชลบุรีเพื่อเข้ารับการรักษาตัวโดยด่วน แต่อาการสาหัสเพราะแรงระเบิดของระเบิดสังหารที่ชายฉกรรจ์หย่อนลงไปในรถ ทำให้ทั้งหมดเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ข่าวคราวแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว สร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวชลบุรีอย่างมากมาย เพราะเหตุการณ์เย้ยฟ้าท้าดินอย่างนี้ ไม่เคยเกิดขึ้นในพื้นที่ จ.ชลบุรีมาก่อน เพราะส่วนใหญ่จะเป็นการดักยิงหรือลอบยิงมากกว่า อาทิ นายแคลง เจ้าของรถโดยสารชลบุรี-พนัสนิคมหลายคัน ขณะที่กำลังรับประทานอาหารค่ำได้ถูกชายฉกรรจ์ใช้อาวุธปืนอาก้ากระหน่ำยิงไม่เลี้ยง กระสุนนัดหนึ่งเจาะเข้ากะโหลกศีรษะดับคาจานข้าว

ทำให้หลายคนคิดว่าการลงมือของชายฉกรรจ์กลุ่มดังกล่าว มีการฝึกปรือฝีมือมาอย่างดี พร้อมทั้งมีการระบุว่า น่าจะเป็นคนมีสีลงมือปฏิบัติการดับ "เสี่ยจิว" ในครั้งนี้

ทุกวันนี้ยังเป็นปริศนาว่า ใครเป็นผู้บงการสังหารเสี่ยจิว.