ดับคนดังชลบุรี กำนันมนู วทานิยานนท์ อดีตนายก อบต.ท่าข้าม

"ผมเป็นคนท่าข้าม ไม่อยากให้ใครมาสร้างความเสื่อมเสียให้กับท้องถิ่นที่ผมรัก และจะพยายามต่อสู้ให้ถึงที่สุด ไม่อยากให้คนไม่ดีเข้ามาทำลายท้องถิ่นที่ผมอยู่" นี่เป็นคำพูดของ นายมนู วทานิยานนท์ หรือกำนันมนู ที่รักท้องถิ่นของตนเองและพยายามทุ่มเททุกวิถีทางในการพัฒนาบ้านเกิดเมืองนอนของตนเอง

แต่เหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อเวลา 11.45 น.วันที่ 3 มิถุนายน 2550 เมื่อ พ.ต.ท.สุพล พรประเสริฐผล สารวัตรเวร สภ.อ.พนัสนิคมได้รับแจ้งว่ามีเหตุยิงกันที่ศาลาพักผู้โดยสาร หมู่ 7 ต.ท่าข้าม อ.พนัสนิคม จ. ชลบุรี มีผู้ได้รับบาดเจ็บและนำส่งโรงพยาบาลพนัสนิคม อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี จึงรุดไปสอบสวนที่เกิดเหตุพบว่า กระดานหมากรุกกระจัดกระจายไปทั่ว และมีรอยเลือดตกอยู่เป็นกอง หลังจากนั้นได้เดินทางไปโรงพยาบาลพนัสนิคมทราบชื่อต่อมาคือ นายมนู วทานิยานนท์ หรือกำนันมนู อายุ 61 ปี สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าข้าม ที่ปรึกษาชมรมองค์การบริหารส่วนตำบลพนัสนิคม ถูกกระสุนปืนเข้าที่บริเวณตาขวา 1 นัด อาการสาหัส หลังจากนั้นจึงได้นำตัวส่งโรงพยาบาล เอกชล อ.เมืองชลบุรี เพื่อรับการผ่าตัด

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่านายมนู กำลังเล่นหมากรุกอยู่กับพรรคพวกได้มีรถกระบะมิตซูบิชิไม่ทราบสี และแผ่นป้ายทะเบียนมาจอดระยะห่างประมาณ 30 เมตร ริมถนนฝั่งตรงข้ามศาลาที่พักผู้โดยสาร คาดว่าคนร้ายจะใช้ปืนยาวติดกล้องเก็บเสียงยิงนายมนู 1 นัดหลังจากนั้นได้หลบหนีไป ส่วนสาเหตุเบื้องต้นคาดว่าอาจจะมาความขัดแย้งการเมืองในท้องถิ่น เพราะนายมนูเป็นสมาชิกฝ่ายค้านสภาองค์การบริหารส่วนตำบลท่าข้าม และได้ทำการตรวจสอบการบริหารงานของฝ่ายบริหารตลอดเวลา ซึ่งมีโครงการหลายโครงการส่อไปในทางทุจริต อาจจะสร้างความไม่พอใจกับใครบางคน ซึ่งทางตำรวจจะได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

จากการสอบถามพรรคพวกที่นั่งเล่นหมากรุกด้วยกัน ก่อนเกิดเหตุได้นั่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน หลังจากนั้นได้ยินเสียงกำนันมนูร้องดังโอ๊ะ และคลำไปที่บริเวณตาขวา มีเลือดไหลทะลักออกมา พรรคพวกตกใจเห็นท่าไม่ดี คิดว่าถูกดักยิงแน่แล้ว และพยายามจะนำตัวขึ้นรถเพื่อนำส่งโรงพยาบาล กำนันมนูยังสติดี "เฮ้ย รองเท้าหลุด เดี๋ยวเอารองเท้าก่อน" หลังจากนั้นได้พยายามช่วยกันหิ้วร่างของกำนันมนูนำส่งโรงพยาบาลพนัสนิคมใกล้ที่เกิดเหตุมากที่สุด แต่อาการหนักเนื่องจากกระสุนปืนทะลุเข้าเบ้าตา

หลังจากนั้นจึงได้รีบนำส่งโรงพยาบาลเอกชล ชลบุรี และนำตัวเข้าไปเอ็กซเรย์ เห็นภาพจากแผ่นฟิลม์แล้วน่าตกใจ เพราะกระสุนเพียงนัดเดียวที่เข้าเบ้าตา ใครจะรู้บ้างเล่าว่า เป็นลูกปืนทำชนิดพิเศษ คือนำหัวกระสุนปืนขนาด .22 มม. มาผ่าหัวออกเป็นหลายแฉก เมื่อกระสุนกระทบกะโหลกศีรษะได้แตกกระจายเป็นรูปดาวกระจายในสมอง ทำให้แพทย์ไม่สามารถรักษาพยาบาลได้ ทำให้เสียชีวิตในเวลาต่อมา

การที่กำนันมนูถูกคนร้ายลอบยิงอย่างง่ายดาย เนื่องจากขาดความระมัดระวังตัว และมีความมั่นใจในตนเองจากการที่หมอดูทายว่าจะไม่ตายโหง เพราะมีพระเกตุ 9 ดวงซึ่งผิดกับคนธรรมดาทั่วไป ประกอบกับคนที่เคยติดตามในช่วงระยะหลังจึงห่างไป ที่สำคัญกำนันมนูยืนยันว่านับตั้งแต่ดำรงตำแหน่งมาจากกำนันตำบลท่าข้าม และลงสมัครรับเลือกตั้งนายก อบต.ท่าข้ามไม่เคยขัดแย้งกับผู้ใด จนกระทั่งถูกยิงเสียชีวิต

เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน พ.ต.อ.ฐณพล มณีภาค รอง ผบก.สืบสวนภูธรภาค 2 สมัยนั้นกล่าวว่า พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผบช.ภ.2 ได้กำชับให้เร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ สำหรับแนวทางในการสืบสวนขณะนี้ได้มีการตั้งประเด็นไว้ทั้งหมด 3 ประเด็นคือ เรื่องชู้สาว การพนันเนื่องจากผู้ตายชอบเล่นการพนัน รวมทั้งปัญหาการเมืองท้องถิ่น ซึ่งจะต้องทำการสืบสวนทุกประเด็น หลังจากนั้นจะตัดออกทีละประเด็น เพื่อให้ได้ประเด็นที่แท้จริง ในส่วนประเด็นของการเมืองท้องถิ่นก็ให้ความสำคัญ เพราะผู้ตายถือว่าเป็นฝ่ายค้าน ที่เปิดอภิปรายในสภาฯบ่อยครั้ง อาจจะสร้างความไม่พอใจกับนักการเมืองบางคน

"ส่วนการลงมือของคนร้ายถือว่าได้มีการเตรียมการมาอย่างดี เนื่องจากรถกระบะมิตซูบิชิ แอล 2200 ไซโคลน สีน้ำเงิน ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ที่จอดซุ่มยิงคนร้ายได้มีการเจาะรูผ้าใบหลังรถกระบะขนาดประมาณ 4-5 นิ้ว หลังจากนั้นได้ใช้ปืนยาวขนาด .22 มม.เก็บเสียงยิงในระยะ 30 เมตร ทำให้ถูกศีรษะนายมนูได้อย่างแม่นยำ คดีนี้เป็นคดีที่แปลกที่เกิดขึ้นใน จ.ชลบุรี เนื่องจากคนร้ายได้ใช้วิธีการที่แยบยลกว่าคราวที่ลงมือยิงครั้งก่อน ที่ใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะและใช้ปืนอาก้าประกบยิงนายมนูมาแล้วครั้งหนึ่ง

หลังจากนั้นคดีของกำนันมนูก็เงียบหายไปกับสายลมกับแสงแดด

หากย้อนหลังไปเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2547 ขณะที่นายมนู วทานิยานนท์ กำลังเป็นผู้สมัครนายก อบต.ท่าข้าม หมายเลข 1 อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี ซึ่งจะมีการเลือกตั้งวันที่ 25 กรกฎาคม 2547 ได้ขับรถโตโยต้า สปอร์ตไรเดอร์ สีบอร์น ตะกั่ว หมายเลขทะเบียน กธ-211 ชลบุรี มาที่สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลท่าข้าม อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี เพื่อมาดูความคืบหน้าเกี่ยวกับการดูดน้ำเข้าบ่อหน้าสำนักงาน อบต. เพื่อเก็บกักน้ำไว้ทำประปาสำหรับจ่ายภายในหมู่บ้าน ช่วงกำลังจะกลับที่พัก ปรากฏว่าได้มีคนร้าย 2 คนใช้รถจักรยานยนต์ไม่ทราบชนิดและยี่ห้อวิ่งสวนมาห่างกันประมาณ 10 เมตร นายมนูเห็นว่าผิดปกติจึงได้ชะลอรถ หลังจากนั้นคนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายใช้ปืนอาก้ากระหน่ำยิงมาที่รถของนายมนูไม่ต่ำกว่า 30 นัด แปลกแต่จริงไม่พบปลอกกระสุนปืนในที่เกิดเหตุ เนื่องจากคนร้ายได้มีการเตรียมถุงปุ๋ยมาอย่างดี กระสุนกระเด็นเข้าถุงปุ๋ยจนหมด ไม่มีหลักฐานให้กับตำรวจ นายมนูจึงกลับรถพร้อมทั้งขับรถหลบหนี กระสุนปืนเข้าที่บริเวณหน้ารถ ข้างคนขับ กระจกหลังหลายสิบนัด แต่รอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด

ตำรวจจึงตั้งประเด็นว่ากำนันมนู สร้างสถานการณ์สร้างความไม่พอใจให้กับกำนันมนูเป็นอย่างมาก ทั้งที่รถพรุนไปทั้งคัน

นายมนูกล่าวว่า นับตั้งแต่เล่นการเมืองมาทุกระดับตั้งแต่ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน จนกระทั่งมาเป็นนายก อบต.ไม่เคยมีความขัดแย้งกับใครเลย จึงไม่เคยระวังตัว ส่วนความขัดแย้งน่าจะมาจากการเมืองท้องถิ่นมากกว่า

หลังจากนั้นกำนันมนูช่วงระยะแรกระมัดระวังตัวอย่างมากมาย ถึงกับต้องเอาตำรวจจากกองปราบปรามมาคุ้มครอง เมื่อเวลาจะเดินทางไปไหนมาไหน แต่เมื่อเหตุการณ์ผ่านไปหลายปีเรื่องต่างๆ เหมือนจะสงบ แต่ความคุกรุ่นยังอยู่ในฝ่ายตรงข้าม แม้จะมีข่าวออกมาเป็นระยะๆ ก็ตามว่ากำนันมนูจะถูกเก็บ แต่กำนันมนูเกิดความชะล่าใจ ไม่คิดว่าศัตรูคู่แค้นยังคอยแกะลอยตลอดเวลา เมื่อได้โอกาสไม่ทันระวังตัว มัจจุราชจึงสอยเอาชีวิตกำนันมนูไปอย่างง่ายดาย

คดีก็เหมือนกับคนทั่วไป เมื่อไม่มีใครสานต่อที่จะต่อสู้เพื่อสร้างความเป็นธรรม

เมื่อคนตายทุกอย่างก็จบ นี่แหละสัจธรรมของชีวิต ไม่นานทุกคนก็ลืมการต่อสู้เพื่อชาวท่าข้ามของคนที่ชื่อ

“กำนันมนู”.