กำนันน้อง น้องเขยกำนันเป๊าะผู้ไปไม่ถึงดวงดาว

"ผมพยายามที่จะผลักดันให้น้องอ่าง ก้าวขึ้นมาแทนตำแหน่งผม จะได้วางมือทุกอย่างทางด้านการเมือง และจะให้น้องอ่างดูแลพื้นที่ จ.ชลบุรีแทน" คือคำพูดหนึ่งของกำนันเป๊าะ กล่าวถึงน้องเขย นายวัฒนา ตั้งประกอบ หรือ กำนันน้อง อดีตกำนันตำบลห้วยกะปิ และอดีตนายกเทศมนตรีเมืองบ้านสวน เจ้าของสโลแกน "คิดอะไรไม่ออกให้บอกกำนันน้อง" "รู้หน้าไม่รู้ใจ" สามีของสมนวล คุณปลื้ม น้องสาวของ เจ้ติล หรือสติล คุณปลื้ม ภรรยาของกำนันเป๊าะ

คำกล่าวดังกล่าวได้เกิดขึ้น ในการจัดงานวันเกิดกำนันน้องในพื้นที่ ต.ห้วยกะปิ อ.เมือง จ.ชลบุรี ได้มีการจัดงานขึ้นอย่างใหญ่โต โดยมีประชาชนในพื้นที่ จ.ชลบุรี ได้เดินทางมามืดฟ้ามัวดิน เนื่องจากช่วงนั้นกำนันน้อง ถือว่ามีคนรักใคร่มากมาย และเป็นหัวคะแนนสำคัญของกำนันเป๊าะ นายสมชาย คุณปลื้ม คนสำคัญในพื้นที่ อ.เมืองชลบุรี มีปัญหาในพื้นที่ใด จะลงเคลียร์พื้นที่ทั้งหมด จนเป็นที่ไว้วางใจกำนันเป๊าะ ในการคุมฐานเสียงในพื้นที่ จ.ชลบุรี ในการเลือกตั้ง ส.ส.ทุกครั้งสมัยที่ยังมีชีวิตอยู่

จากบทบาทของกำนันน้อง ในฐานะประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่อำเภอเมืองชลบุรี ทำให้มีพรรคพวกมากมาย โดยเฉพาะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนันให้ความเคารพยำเกรง เพราะถือว่ามีส่วนช่วยเหลือแทบจะทุกกรณี ที่หลายคนเข้าไปขอความช่วยเหลือทุกเรื่อง จะไม่ผิดหวัง มีทางออกเสมอสมกับคำกล่าวที่ว่า มีปัญหาปรึกษากำนันน้อง และเป็นบุคคลที่ชอบเคลื่อนไหวเข้าหามวลชน ใน อ.เมืองชลบุรีแทบทุกคนจะต้องรู้จักชื่อ "กำนันน้อง" เป็นอย่างดี

จนเป็นที่เพ่งเล็งของกระทรวงมหาดไทย สมัยที่นายบรรหาร ศิลปอาชา เป็นเสนาบดีคุมกระทรวงมหาดไทย ช่วงนั้นได้มีเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ จ.ชลบุรีหลายครั้ง มีการยิงถล่มคนดังเสียชีวิตจำนวนมาก แทบกล่าวได้ว่าคนชลบุรีเดินไปไหนมาไหนจะได้ยินคำถามตลอดเวลาว่า "ชลบุรีเมืองอิทธิพลแดนเถื่อน อยู่กันได้อย่างไร ไม่กลัวตายหรือ? "

ทั้งที่ความเป็นจริงการยิงกันตายนั้น เป็นเรื่องของคนอยากดัง อยากมีอำนาจในพื้นที่ของตนเอง พยายามขยายอาณาเขตสร้างอิทธิพล คนที่ถูกยิงเสียชีวิตส่วนใหญ่ก็อยู่ในกลุ่ม ไม่เกี่ยวข้องกับประชาชนที่หาเช้ากินค่ำ แต่มีข่าวแต่ละครั้งในการดับผู้มีอิทธิพล สื่อได้ให้ความสนใจ ตีข่าวกันสนุกสนานเพราะว่าขายได้ จนกล่าวเป็นที่กล่าวขานว่า "ชลบุรีเป็นเมืองเถื่อน"

ในที่สุดกระทรวงมหาดไทยได้มีการประกาศรายชื่อ ผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ จ.ชลบุรี ปรากฏว่า กำนันน้องก็ติดในรายชื่อผู้มีอิทธิพลกับเขาด้วย ทำเอากำนันน้องเครียดเหมือนกัน ที่เครียดไม่ใช่เรื่องอะไร เพราะถูกตำรวจจับตามอง และเข้าค้นบ้านผู้มีอิทธิพลแทบทุกหลังคาเรือน ช่วงนั้นมีประมาณ 19 คน ถูกค้นบ้านกันหมดทุกหลัง ส่วนใหญ่จะเป็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่สำคัญส่วนใหญ่จะพบอาวุธปืนแทบทุกหลังคาเรือน ทั้งถูกกฎหมายและไม่ถูกกฎหมาย

จนกระทั่งกำนันน้องต้องระบายว่า "กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทุกคนก็ต้องมีอาวุธไว้ป้องกันตนเอง ค้นทุกบ้านก็มีปืนทั้งนั้น ไม่รู้จะเอาอะไรกันอีก" เล่นเอา จ.ชลบุรีวุ่นวายไปทั้งจังหวัด เพราะตรวจเข้าค้นบ้านผู้มีอิทธิพลไม่เว้นแต่ละวัน

เหตุการณ์ที่น่าจดจำคือการงัดข้อกับ นายจำเนียร ชวนะพงศ์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีหนวดงาม "เชิญไม่ไป ไม่รับบริจาค ไม่นับญาติกับผู้มีอิทธิพล" เนื่องจากกำนันน้องได้สร้างถนนสายคีรีนคร ต.ห้วยกะปิ อ.เมือง จ.ชลบุรี โดยความร่วมมือของผู้ประกอบการโรงโม่หิน 30 กว่าโรงได้ช่วยกันบริจาคเงินจนสร้างสำเร็จ และมีรถบรรทุกหินวิ่งกันอยู่ทุกวันนี้ เสร็จเรียบร้อยและเชิญผู้ว่าฯ จำเนียรไปเปิดแต่ไม่ยอมไป เล่นเอาลูกพี่ใหญ่กำนันเป๊าะฉุนขาด "งานของชาวบ้านแท้ๆยังไม่ยอมมาร่วมงาน"

เส้นทางการก้าวเดินของกำนันน้อง ราบเรียบเหมือนกับชาวบ้านทั่วๆไป ติดดินกินข้างแกงกับชาวบ้าน ใครมีเรื่องร้อนใจปรึกษาได้ทุกเรื่อง แม้กระทั่งการหาเมีย แต่กำนันน้องก็สอนเสมอ "ห้ามไปยุ่งกับลูกเมียคนอื่น หากผัวตาย ยังพอไหว ผัวเลิกร้างรากัน ไม่ควรยุ่ง เพราะอาจจะกลับคืนดีได้ ที่สำคัญหากหญิงสาวมีเจ้าของอย่าไปยุ่งเด็ดขาด เพราะอาจจะถึงแก่ชีวิตได้"

เส้นทางจากกำนันตำบลห้วยกะปิ มาสู่เส้นทางนายกเทศมนตรีตำบลบ้านสวน หลายคนให้ความไว้วางใจ เลือกทั้งสมาชิกแบบยกทีมให้เข้าไปบริหาร โดยทีมอื่นๆไม่กล้าสู้ และนั่งดำรงตำแหน่งมาจนกระทั่งเกิดอาการป่วย และพยายามรักษาอยู่หลายปี

จนกระทั่งคล้ายจะหายจากการป่วยเพราะได้ยาดี และได้ยินการพูดจาครั้งสุดท้าย "ชาวบ้านเป็นห่วงมาก เอายามาให้รักษามากมาย ทั้งยาจีน ยาไทย เต็มบ้านไปหมด อย่างไรก็ตามเมื่อรักษาหมอปัจจุบันก็ต้องรักษาไปตามอาการที่เป็น เลยไม่กล้ากินทั้งยาไทย และยาจีน ที่ชาวบ้านหวังดีเอามาให้"

หลังจากนั้นได้มีเสียงโทรศัพท์มือถือเข้าตลอดเวลา และกำนันน้องก็รับตลอดเวลาเช่นกัน ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของกระแสคลื่นโทรศัพท์ได้ทำให้เชื้อมะเร็งในร่างกายได้พัฒนาและขยายตัวลุกลามมากขึ้น

จนกระทั่งอาการกำเริบ ต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลอีกครั้งหนึ่ง และนอนรักษาตัวนับแรมเดือน

ช่วงค่ำของวันที่ 3 ตุลาคม 2547 กำนันน้องได้สิ้นลมหายใจ ที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กรุงเทพฯ

ท่ามกลางความเสียใจของกำนันเป๊าะ ที่หวังจะให้น้องอ่างก้าวขึ้นสู่ความเป็นแกนนำของชาว จ.ชลบุรี แต่ไปไม่ถึงดวงดาว สิ้นอายุขัยเพียง 64 ปี

นายวัฒนา ได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 ตำบลห้วยกะปิ อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ครั้งแรกเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2521 ต่อมาได้รับเลือกตั้งเป็นกำนันตำบล ห้วยกะปิ ครั้งแรกเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2531 ลาออกจากกำนันและผู้ใหญ่ห้วยกะปิ เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2533 เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการเมือง และได้ให้การสนับสนุนพรรคพวก ในการสมัครสมาชิกสภาเทศบาลเมืองชลบุรีและสมาชิกสภาจังหวัดชลบุรีในนาม กลุ่มรวมพลังและกลุ่มพัฒนาจังหวัด ต่อมาได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ใหญ่หมู่ที่ 2 ตำบลห้วยกะปิ อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี เป็นครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2533 และได้รับเลือกเป็นกำนันตำบลเดียวกัน เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม2533.