ดับเจ้าพ่อชลบุรี ตอนดับชัยขาว

"เสียงอาวุธปืนสงครามจากชายที่นั่งหลังรถกระบะกระหน่ำใส่รถเก๋งฮอนด้า พรีลูด สีบรอนซ์ตะกั่ว ทะเบียนป้ายแดง ก-9898 กรุงเทพฯ ขณะที่กำลังจอดติดไฟแดงถนนสายเศรษฐกิจ (ชลบุรี-บ้านบึง) มุ่งหน้าจะไป อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ฝั่งด้านคนขับเป็นเหตุให้คนขับลูกตาหล่นลงมาบนแก้ม ศีรษะหายไปทั้งแถบ นั่งนิ่งเสียชีวิตที่นั่งคนขับ ท่ามกลางคนในเขตเมืองชลบุรีมามุงดูกันอย่างมากมาย และยังทยอยเข้ามาดูกันไม่ขาดระยะ ก่อนที่จะลากรถเก๋งคันดังกล่าว มาตรวจพิสูจน์ที่ สภ.เมืองชลบุรี สร้างความกังขาว่าประจานศพกันหรืออย่างไร"
ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงเม็ดมาบางๆ ของเช้าวันที่ 31 กรกฎาคม 2535 รถเก๋งฮอนด้า พรีลูด สีบรอนซ์ตะกั่ว ทะเบียนป้ายแดง ก-9898 กรุงเทพฯ โดยมีนายสุชัย ธนาวรรณ หรือชาวบ้านรู้จักกันทั่วไปคือ ชัยขาว นายกเทศมนตรีตำบลบ้านบึง อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ออกจากตัวเมืองชลบุรี มุ่งหน้าจะไปเทศบาลตำบลบ้านบึง ปกติจะมีคนนั่งเป็นเพื่อนไปด้วย แต่วันนั้นเหมือนโชคชะตาจะไม่เข้าข้าง เพราะพรรคพวกปฏิเสธจะร่วมทางไปด้วย จึงได้ขับมาเพียงคนเดียว เมื่อถึงสี่แยกไฟแดงถนนสายเศรษฐกิจ (ชลบุรี-บ้านบึง) บายพาส-บ้านสวน ต.บ้านสวน อ.เมือง จ.ชลบุรี ได้มีรถกระบะได้วิ่งตามประกบ หนังจากนั้นโยกขวาเทียบข้างรถเก๋งของชัยขาว เยื้องไปข้างหน้าเล็กน้อย คนร้ายที่นั่งในรถกระบะและหลังกระบะ ได้ใช้อาวุธปืนสงครามกระหน่ำยิงแบบรัวเป็นชุด เข้าบริเวณกระจกหน้ารถฝั่งที่นั่งคนขับ และกระจกรถข้างคนขับ นับรูกระสุนไม่ถ้วน หลังจากสิ้นเสียงปืน รถกระบะได้วิ่งหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางเสียงหวีดร้องของชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ แบบจะจะตา
สภาพศพชัยขาวนั่งอยู่บริเวณที่นั่งคนขับ ร่างกายเปื้อนไปด้วยเลือดแดงฉานไปหมด ศีรษะหายไปทั้งแถบ ลูกตาหล่นลงมาจากเบ้า เหมือนกับจะมองคนร้ายก่อนที่จะลงมือยิง จนกระทั่งลมหายใจเฮือกสุดท้าย ชาวบ้านที่ทราบข่าวต่างเดินทางมาดูเหมือนมีมหกรรมคอนเสิร์ตก็ว่าได้ เพราะจุดเกิดเหตุมีรถผ่านไปมาจำนวนมาก ที่สำคัญเป็นการยิงแบบอุกอาจกลางวันแสกๆ ที่มีชาวบ้านสัญจรไป-มาอย่างมากมาย
หลังจากนั้น พล.ต.ต.วีระ อนันตกูล ซึ่งดำรงตำแหน่งหัวหน้าตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรีในสมัยนั้น ได้ลงพื้นที่เกิดเหตุทันที ตรวจดูสภาพศพแล้ว เกรงว่าจะหาหลักฐานมัดมือคนร้ายไม่ได้ จึงได้ใช้รถยกลากรถเก๋งของชัยขาวในสภาพที่ศพยังนั่งอยู่ในรถผ่านตัวเมืองชลบุรี ไปยัง สภ.เมืองชลบุรี เพื่อตรวจพิสูจน์ศพ และรอยกระสุนปืนที่ยิงใส่ทั้งหมด เพื่อเป็นเบาะแสในการติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี
ซึ่งก่อนหน้าที่จะมีการยิงกันกลางเมืองนั้น ได้เกิดเหตุคดีสะเทือนขวัญในพื้นที่ อ.บ้านบึง มีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิง นายสังคม พิณรังสฤษดิ์ อดีตสมาชิกสภาเทศบาลตำบลบ้านบึง คนสนิทของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี เนื่องจากช่วงนั้นได้มีการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปี 2535/1 วันที่ 22 มีนาคม 2535 พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ หัวหน้าพรรคความหวังใหม่ ได้ลงพื้นที่หาเสียงในเขต อ.บ้านบึง นายสังคมพร้อมกับพรรคพวกได้ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี เสียชีวิตพร้อมกับพวกอีก 2 คนคือ นายชาญชัย สาคร นายบรรเจิด แววรวีวงศ์ อดีตผู้ลงสมัครชิงนายกเทศมนตรีตำบลบ้านบึงในสมัยนั้น โดยมี นายสุชัย ธนาวรรณ เป็นคู่แข่ง และยังมีนายพิชัย พิรัตติกุลชัย ได้รับบาดเจ็บกลางดึกวันที่ 26 มิถุนายน 2535 โดยตำรวจได้พุ่งเป้าไปที่ชัยขาวเป็นผู้ลงมือ แนวทางการสืบสวนจึงเกาะติดไปที่ชัยขาว
แม้กระทั่ง พล.ต.ต.วีระ อนันตกูล ยังกล่าวว่า คดียิง 3 ศพที่บ้านบึงไม่เกิน 1 เดือนรู้ผล และก็มีเหตุเกิดขึ้นตามที่คาดการณ์กัน
หากย้อนประวัติพบว่า ชัยขาว และ ชัยดำ จะเป็นคนสนิทของ เสี่ยจิว ต่อมาได้มาช่วยกำนันเป๊าะหาเสียงช่วงการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาตลอด โดยคุมฐานเสียงในพื้นที่ อ.บ้านบึง และใกล้เคียง
ก้าวย่างของ ชัยขาว ในช่วงเข้ามาสู่การเมืองท้องถิ่น โดยลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลตำบลบ้านบึง โดยมี นายเมธา เมธีวิทยา เป็นแกนนำซึ่งมีความรู้เกี่ยวกับการเมืองเป็นอย่างดี โดยใช้ชื่อกลุ่มบ้านบึงก้าวหน้า ใช้สโลแกนว่า “บ้านบึงก้าวหน้า พัฒนาบ้านเรา เข้าใจประชา เรากล้าพิสูจน์” โดยมีคู่แข่งคนสำคัญคือ นายบรรเจิด แววรวีวงศ์ หัวหน้ากลุ่มรวมใจเป็นการแกนนำ ช่วงนั้นมีการแข่งขันกันสูงมาก แต่กลุ่มบ้านบึงก้าวหน้ามีการวางแผนมาอย่างดี เพราะมีนายเมธาเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงคนสำคัญ ซึ่งผลการเลือกตั้งปรากฏว่าฝ่ายบ้านบึงก้าวหน้าได้รับการเลือกตั้งทั้งหมด 11 คน เว้นที่นั่งไว้ให้ นายอาคม วิวัฒน์วานิช กลุ่มรวมใจ 1 ที่นั่ง เพราะเป็นคนเก่าแก่ในพื้นที่ อ.บ้านบึง ชาวบ้านจึงให้การสนับสนุนให้เข้ามาเป็นฝ่ายค้านในสภา ภายหลังจากการเลือกตั้งแล้ว สมัยนั้นจะเลือกนายกเทศมนตรี จะต้องมาจากการเลือกตั้ง เหล่าสมาชิกของกลุ่มบ้านบึงก้าวหน้า จึงได้โหวตให้ นายสุชัย ธนาวรรณ หรือชัยขาวนั่งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรี จนกระทั่งถูกยิงเสียชีวิตบนถนนสายเศรษฐกิจดังกล่าว