
นักวิชาการมอง กม.นิรโทษกรรม 4 ฉบับเข้าสภาเป็นการแก้เกี้ยว ชงเอง เสนอเอง ล้มเอง อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทยแนะเพื่อไทยคุยกันเองระหว่างพรรคร่วมก่อนเสนอเข้าสู่สภาอีกครั้ง ไม่เช่นนั้นวุ่นวาย
เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม ผศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพาเปิดเผยถึงกรณีที่ นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมออกมากล่าวถึงจะมีการเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม 4 ฉบับ เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรอีกครั้งว่า ตนมองดูแล้วเป็นการแก้เกี้ยวแก้หน้าของนายชูศักดิ์ เนื่องจากตัวเองเป็นประธานคณะกรรมาธิการฯ รวมทั้งเป็นแนวนโยบายหาเสียงของพรรคเพื่อไทย สุดท้ายพรรคตัวเองไม่ให้ผ่าน ในเมื่อเสนอไปแล้วสภาฯ ไม่รับรอง แต่มากล่าวอีกว่ายังมี พ.ร.บ.นิรโทษกรรมอีก 4 ฉบับ ที่จะเสนอให้สภาฯพิจารณา ทำให้มองว่าเป็นการพยายามปลุกวิญญาณตัวเอง และให้ประชาชนเห็นว่าพรรคเพื่อไทยไม่ได้ตระบัดสัตย์ และแสดงละครต่อไป
ผศ.ดร.โอฬารกล่าวว่า กรณีที่สภาฯ ไม่รับรองข้อสังเกตเกี่ยวกับ ม.112 เป็นสัญญาณอย่างหนึ่ง หากรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร ต้องการอยู่ยาวๆ อย่าทำอะไรที่เป็นไปทิศทางเดียวกับพรรคประชาชน เพราะว่าผลของการศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาแนวทาง การตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ซึ่งมีนายชูศักดิ์ เป็นประธานฯ มีลักษณะไปในทิศทางเดียวกับพรรคประชาชน จึงไม่แปลกพรรคร่วมทั้งหมดไม่เอาด้วย เท่านั้นยังไม่พอ สส.ในพรรคเพื่อไทย ก็ไม่เอาด้วยเช่น ทั้งหมดเป็นสัญญาณจากอำนาจเก่า ที่ไม่อยากให้พรรคเพื่อไทยไปเกี่ยวข้องกับ ม.112 ด้วยวิธีการใดก็ตาม พร้อมทั้งเตือนกลายๆ ว่าถ้าหากจะอยู่ยาวอย่าแตะ ม.112 ทุกรูปแบบ
"นายชูศักดิ์จึงพยายามแก้เกี้ยว พยายามเล่นละคร หาก พ.ร.บ.นิรโทษกรรมผ่านจริงก็จะเป็นจุดจบของพรรคเพื่อไทย อาจส่งผลต่อการการยุบพรรคเพื่อไทย หากไม่แตะพรรคจะอยู่ได้ การที่รัฐบาลก็มีอำนาจในการเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมได้เหมือนกัน แต่เชื่อว่ารัฐบาลไม่กล้า เพราะหากรวมเสียงกับพรรคเพื่อไทย กับพรรคประชาชนก็สามารถผ่าน พรบ.นิรโทษกรรมได้แล้ว แต่รัฐบาลนี้อยู่ภายใต้เงื่อนไข และมีอำนาจพิเศษของขั้วอำนาจเก่า ให้วีซ่าให้ตั๋วในการจัดตั้งรัฐบาล แต่มีเงื่อนไขจะต้องไม่ไปเกี่ยวข้องกับ ม.112 ถ้าหากไปแตะเมื่อไหร่ นั่นคือจุดจบของพรรคเพื่อไทย" ผศ.ดร.โอฬารกล่าว
ทางด้านนายศักดา นพสิทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย และเป็นที่ปรึกษาคนหนึ่งในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมกล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม 4 ฉบับนั้น ได้มีการเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรรับทราบแล้ว สมัยนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี แต่พรรคเพื่อไทยเห็นว่า หากเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมทั้ง 4 ฉบับ เข้าสู่สภา อาจจะเกิดปัญหาและมีข้อถกเถียงกันในสภาฯ จึงได้นำเอาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมทั้ง 4 ฉบับมาพิจารณา พร้อมทั้งให้แต่งตั้งคณะกรรมาธิการฯ ขึ้นมาพิจารณา โดยให้นายชูศักดิ์ เป็นประธานฯ เพราะรู้กฎหมายเป็นอย่างดี และให้เกิดการตกผลึกก่อนที่จะให้สภาฯ พิจารณา
นายศักดากล่าวว่า การที่พรรคเพื่อไทยตั้งกรรมาธิการฯมาศึกษาเกี่ยวกฎหมายนิรโทษกรรม ก็เพื่อดับไฟร้อน เนื่องจากเคยเกิดปัญหากับกฎหมายนิรโทษกรรมสุดซอยมาแล้วครั้งหนึ่ง จึงได้พยายามดึงเซ็งหรือซื้อเวลาเอาไว้ เพื่อไม่ให้พรรคเพื่อไทยเกิดความวุ่นวาย อย่างไรก็ตามการที่นายชูศักดิ์ออกมากล่าวว่ายังมีร่าง พ.ร.บ.นิรโทษที่ยังไม่ได้พิจารณาอีก 4 ฉบับ จึงเป็นเรื่องที่จะต้องบรรจุในวาระการประชุมของสภาฯ เท่านั้นเอง
"ต้องยอมรับว่าในห้วงเวลา 20 ปีที่ผ่านมาได้มีความขัดแย้งทางด้านการเมืองมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเสื้อเหลือง เสื้อแดง ที่มีการชุมนุนทางการเมือง และมีผู้ถูกฟ้องต่อศาลอย่างมากมาย หลายคดีปัจจุบันก็ยังมีการพิจารณาคดีอยู่ในศาล หาก พ.ร.บ.นิรโทษกรรมตราเป็นกฎหมายออกมาได้ ทุกฝ่ายก็จะได้รับประโยชน์ทั้งหมด เน้นเฉพาะการชุมนุมทางการเมืองเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับ ม.112" นายศักดากล่าวและว่า ในส่วน ม.112 เรื่องนี้ได้มีการตั้งข้อสังเกตไว้แล้วในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมไว้แล้วว่า ความผิดเกี่ยวกับ ม.112 ให้พิจารณาเป็นรายคดี เพราะหากมีเจตนาในการกระทำควาผิดซ้ำแล้วซ้ำอีก ก็ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
นายศักดากล่าวอีกว่า หากมองเกี่ยวกับพรรคเพื่อไทยมีคะแนนเสียง 140 เสียง พรรคประชาชน 132 เสียง รวมกันแล้ว 272 เสียง เชื่อว่าหากเสนอให้มีการออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ก็สามารถทำได้ เพราะเสียงเกินกึ่งหนึ่งในสภาฯ แต่หากมีการเสนอกฎหมายออกไป ก็จะเกิดความวุ่นวาย ที่สำคัญรัฐบาลจะหนักมือ เพราะยังมีพรรคร่วมรัฐบาลที่ไม่เห็นด้วย ประกอบกับยังมีอำนาจเก่าหนุนหลัง ไม่เช่นนั้นรัฐบาลจะทำงานหนักมือ
"อย่างไรก็ตามอยากให้พรรคเพื่อไทยได้มีการพูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลนอกรอบ เกี่ยวกับกฎหมายนิรโทษกรรม เพราะการเสนอกฎหมายนิรโทษกรรม 4 ฉบับเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ จะมีปัญหาอย่างมากมาย เพราะมีทั้งฉบับของรัฐบาล พรรคประชาชน และของประชาชน ย่อมจะมีที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วยหลายประเด็น ควรหาข้อสรุปให้ชัดเจนก่อนที่นำเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ" นายศักดากล่าว.
ยอดเข้าชม 159 ครั้ง