:ประมวลภาพ:

จับกระแสศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐบาลอนุทิน 2 ลุ้นน้ำเงิน แดง เขียว และส้ม เล่นละครการเมือง

อ.โอฬาร ถิ่นบางเตียว มองศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐบาลอนุทิน 2 ช่วงนี้ต้องจับตาความเคลื่อนไหวน้ำเงิน แดง เขียว และส้ม เล่นละครการเมือง

ผศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เผยว่าการซักฟอกรัฐบาลในสภาช่วงนี้ คิดว่าเป็นการนวดไปก่อน ที่จะเปิดศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ช่วงก่อนการเปิดการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะมีการต่อรองกันอย่างกว้างขวาง และอาจจะเห็นการอภิปรายแบบไม่ลงมติ ตอนนี้พรรคที่เป็นตัวแปรสำคัญคือพรรคส้ม เนื่องจากทำงานไม่เหมือนเดิมแบบในอดีต เช่น ออกมาบอกว่าพร้อมที่จะร่วมมือกับพรรคแดง พรรคเขียว ซึ่งก่อนหน้านี้ออกมาบอกว่า พรรคเขียวเป็นพรรคสีเทา มีเราไม่มีเทา แต่อยู่ดีๆ พรรคส้มจะไปร่วมมือกับพรรคเขียว เมื่อพรรคส้มเป็นแบบนี้โอกาสที่จะไปดิวกับพรรคน้ำเงินมีโอกาสเป็นไปได้เหมือนกัน จึงมองว่าโอกาสที่จะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบไม่ลงมติก็ได้

หากมองการอภิปรายแบบลงมติเชื่อว่ารัฐบาลก็ผ่านฉลุย แม้ว่าพรรคเพื่อไทยจะมีการต่อรองอย่างหนัก เชื่อว่าพรรคเขียวก็พร้อมจะสนับสนุนรัฐบาล ความเห็นส่วนตัวการรับรู้ทางสังคมมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอย่างหนัก แต่เสียงในสภามันคนละข้างกัน เสียงของประชาชนอาจไม่พอใจรัฐบาล แต่เสียงในสภาพร้อมที่จะสนับสนุนรัฐบาล ดูได้จากการผ่าน พ.ร.บ.เงินกู้ที่ผ่านมา ตัวเลขชัดมาก พรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทยเป็นเอกภาพ และพรรคกล้าธรรมก็เป็นเอกภาพอย่างชัดเจนว่าจะลงมติ หรือไม่ลงมติ ยอมรับว่าเป็นพรรคฝ่ายคอย หากพรรคเพื่อไทยกดดัน เล่นเกมส์การเมือง พรรคเพื่อไทยเองอาจจะถูกแบ่งเป็นคนละครึ่ง และยังมีพรรคเขียวยังสนับสนุนรัฐบาล ซึ่งจะทำให้ผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

ส่วนการซักฟอกในช่วงนี้มองว่า ยังปล่อยข้อมูลไม่หมด แต่การรับรู้ในสังคมเชื่อว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจคงไม่ไกลไปกว่านี้ เชื่อว่าประเด็นฮั้ว สว.อาจจะมีข้อมูลที่ลึกขึ้น แต่สาระสำคัญที่รู้กันอยู่คือการได้มาของ สว. ซึ่งรัฐบาลจะต้องชี้แจงในส่วนนี้ด้วย เพราะคนของรัฐบาลไปเกี่ยวข้อง แต่กระบวนการทั้งหมดรัฐบาลอ้างได้ว่า การเลือก สว.เกิดขึ้นมาจาก กกต. รัฐบาลไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการได้มา แต่คนในรัฐบาลที่้เกี่ยงข้องจะต้องไปชี้แจงเป็นรายบุคคล

การซักฟอกในช่วงนี้มองว่าเป็นการเร้าประชาชนให้ติดตาม เพราะพรรคฝ่ายค้านรู้ว่า กกต.อาจจะปัดตกในเรื่องฮั้ว สว. แต่พรรคฝ่ายค้านยังต้องการให้ไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ทั้งที่รู้ว่าเสียงรัฐบาลมีมากกว่า แต่ต้องการให้มีผลต่อการเลือกตั้งครั้งหน้า ซึ่งรัฐบาลอาจจะผ่านศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่รัฐบาลที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก และเปิดโปงข้อมูล แม้ว่าจะผ่านการอภิปราย แต่ไม่ได้ผ่านการเลือกตั้งจากประชาชน หากพรรคส้มกลับมาสู่หลักการแบบเดิม และไม่ต่อรองกับพรรคใดๆทั้งสิ้น ถึงแม้ว่าจะแพ้การโหวตในสภา แต่หากพรรคส้มนำข้อมูลจำนวนมาก ออกมาให้ประชาชนได้รับรู้ ซึ่งจะมีผลต่อการเลือกตั้งครั้งหน้าของพรรคส้ม

สำหรับการซักฟอกช่วงนี้จะมีผลการต่อการปรับ ครม. ประกอบกับรัฐบาลทำงานผ่านมา 6-7 เดือนเริ่มเห็นแล้วว่า ใครทำงานช่วยเหลือประชาชน สร้างความเชื่อมั่น สร้างคะแนนความนิยม และรัฐมนตรีคนใดทำแล้วไม่ประสบผลสำเร็จ จึงเป็นโอกาสของรัฐบาลที่จะปรับ ครม. ประการต่อมารัฐบาลต้องปรับ ครม. เพราะรัฐบาลมาจากกลุ่มพลังทางการเมืองหลายกลุ่มมาก และหลายกลุ่มยังไม่ได้รับส่วนแบ่งจากอำนาจ ในการปรับ ครม.จะเปิดโอกาสให้กลุ่มอำนาจอื่นได้เข้ามามีอำนาจ และยังเป็นการรักษาฐานอำนาจของรัฐบาลอีกด้วย ที่สำคัญอาจจะมีการดึงพรรคกล้าธรรมเข้ามาร่วมด้วย เพื่อให้รัฐบาลมีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น

การปรับ ครม.ควรปรับก่อนหรือหลังอภิปรายไม่ไว้วางใจ ผมมองว่าหากปรับก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐบาลจะถูกกล่าวว่าหนีการอภิปราย แต่จะทำให้มีการกระชับอำนาจ และมีความไว้ใจกันมากยิ่งขึ้น เช่น หากครูใหญ่เนวิน มองว่าพรรคเพื่อไทยจะเบี้ยว ก็จะต้องปรับตำแหน่งรัฐมนตรีให้พรรคเพื่อไทยจนพอใจ เพื่อจะให้ลงมติไปในทิศทางเดียวกัน ยอมรับว่าจะต้องได้อย่างเสียอย่าง แล้วแต่นายกฯ อนุทินจะเลือกเอาแบบไหน

หากปรับหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ผลเสียคือ หากพรรคเพื่อไทยเบี้ยว ยกมือตรงข้ามฝ่ายรัฐบาล พรรคภูมิใจไทยจบเลย และจะไม่มีการปรับ ครม. เพราะรัฐบาลไปก่อน อยากให้จับตามองในเรื่องการปรับ ครม.ช่วงก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หากพรรคเพื่อไทยได้ตำแหน่งสำคัญๆ ในการเข้ามาแก้ปัญหาเศรษฐกิจ นอกจากนี้ยังเป็นการเปิดพื้นที่ให้กับตระกูลบ้านใหญ่อื่นๆ ได้เข้ามาจัดสรรผลประโยชน์อีกด้วย.

ยอดเข้าชม 6 ครั้ง