:ประมวลภาพ:

ศักดา นพสิทธิ์ อดีตพรรคเพื่อไทย ชี้ ครม.อุ๊งอิ๊ง ตั้งตามโควต้า

ศักดา นพสิทธิ์ อดีตพรรคเพื่อไทย มอง ครม.ตั้งตามโควต้า อุ๊งอิ๊ง ต้องลุ้นแก้ปัญหาเศรษฐกิจ เพื่อดึงคะแนนนิยมให้พรรคเพื่อไทย

นายศักดา นพสิทธิ์ อดีตพรรคเพื่อไทย มอง ครม.อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตรว่า โดยภาพรวมของ ครม.ยังไปยึดหลักของการเมืองแบบเดิม หมายความว่าเป็นการตั้งรัฐมนตรีตามโควต้า โดยคำนึงถึงความมั่นคงเสียงในสภา แต่ไม่คำนึงถึงรัฐมนตรีที่อยู่ตามกระทรวงต่างๆ ทั้งที่รัฐบาลควรจะมองไปถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต หลังจากโปรดเกล้าฯ แถลงนโยบายต่อรัฐสภาแล้ว จะต้องเร่งทำงานตามปัญหาที่รอดอยู่และเกิดขึ้นมานานแล้ว

สำหรับปัญหาที่รออยู่คือปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง ของชาวบ้านหรือประชาชน หากมองไปถึงรัฐมนตรีที่ควบคุมเศรษฐกิจ อาทิ กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงแรงงาน เห็นได้ว่ารัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ถึงปรับเปลี่ยนเป็น นายพิชัย นริพทะพันธุ์ ยอมรับว่ามีความรู้ทางด้านเศรษฐกิจ แต่หากย้อนไปดูรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ที่เข้ามาก่อนหมดวาระ 3-4 เดือนของรัฐบาลเศรษฐาเท่านั้นเอง เชื่อว่าจะเข้ามาของเพื่อแก้ไขปัญหาเงินดิจิตอล ซึ่งจะต้องแจกล็อตแรกกับกลุ่มเปราะบางประมาณ 1,350,000 คน และต้องใช้ให้จบ

ประเด็นปัญหาของเงินดิจิตอลคือ ผู้ที่ลงทะเบียนไว้แล้วประมาณ 30 ล้านคน จะทำอย่างไร เพราะเงินที่จะมาจัดสรรเกี่ยวกับการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่จะแจกให้กับคนอายุ 16 ปีขึ้นไปทุกคน ประมาณ 50 ล้านคนยังไม่เพียงพอ จึงสะท้อนให้เห็นว่าการตั้งรัฐมนตรี ยังไม่เห็นแนวทางการแก้ไขปัญหาและสร้างความเชื่อถือให้กับประชาชน

หากไปดูรัฐมนตรีการท่องเที่ยวนายสรวงศ์ เทียนทอง ที่อาจจะดึงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาเที่ยวในประเทศไทย ก็เป็นรัฐมนตรีใหม่ ถึงแม้จะเป็นเลขาธิการของพรรคเพื่อไทย แต่ยังสะท้อนไม่ได้เลยว่าจะแก้ไขปัญหาการดึงนักท่องเที่ยว เข้ามาประเทศไทยได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งอาจจะต้องให้โอกาสเพื่อให้ความเป็นธรรม หลังจากที่มีการพูดถึงการดึงนักลงทุน นักท่องเที่ยวต่างชาติ จะกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อเป็นการเสริมการสร้างรายได้ และกระตุ้นเศรษฐกิจ จะต้องลุ้นว่าจะทำได้หรือเปล่า

ทางภาคแรงงานถือว่าเป็นเรื่องเศรษฐกิจเหมือนกัน ขณะนี้จะเห็นว่าสินค้าจากประเทศจีนทะลักเข้ามาในประเทศไทยจำนวน แรงงานต่างด้าว เข้ามาทำงานในประเทศไทย ส่วนที่ผิดกฎหมายยังมีมากกว่าถูกกฎหมาย ซึ่งรัฐมนตรีแรงงาน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ซึ่งเป็นรัฐมนตรีมาตั้งแต่รัฐบาลเศรษฐามา ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้เลย โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทย และเป็นพรรคร่วมรัฐบาลยังเป็นรัฐมนตรีคนเดิม ยังไม่ได้สร้างความเชื่อถือ ในเรื่องของแรงงาน ที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างเป็นจริงเป็นจังและเป็นรูปธรรม

หากมองย้อนไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ดูแลความมั่นคง เห็นได้ว่าการตั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมยังมีข้อคัดค้าน และมีแนวคิดแนวเดิมมาดำรงตำแหน่ง มองว่าเป็นการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลเท่านั้นเอง ที่ตั้งคนขึ้นมาเพื่อทำงานเกี่ยวกับความมั่นคง เพราะอยากจะตรวจสอบว่ากองทัพจะสนับสนุนรัฐบาลหรือไม่ จึงมองว่าเป็นการตั้งคนไปดูแลรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมากกว่า ในเรื่องปัญหาการปรับลดกองทัพ การเอาคนสมัครใจเข้าไปเป็นทหาร ดูการจัดงบประมาณของกองทัพเกี่ยวกับการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ ซึ่งมีการใช้เงินมโหฬาร และยังไม่มีการพูดถึงเลย มองดูท่าทีแล้วยังไม่สามารถทำอะไรได้ ทั้งที่มีการใช้เงินอย่างมโหฬาร แต่ยังไม่ลดรายจ่ายแล้วจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างไร ที่สำคัญจะเห็นร่องรอยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นคนใกล้ชิดกับกลุ่มอำนาจเดิม สะท้อนให้เห็นว่าเป็นการสมยอมระหว่างนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัฒน์ กับกลุ่มอำนาจเก่า ที่จะทำให้ ครม.นี้อยู่ได้เท่านั้นเอง

ส่วนกลุ่มที่มาจาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นการมาตามโควต่าของ ร.อ. ธรรมนัส เพราะเชื่อว่าจะนำพลพรรคประมาณ 10 คน มาอยู่พรรคเพื่อไทยในอนาคต เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาข้อกฎหมาย ข้อบังคับของพรรคพลังประชารัฐ ที่ไม่ได้เข้าร่วมเป็นรัฐบาล จึงจำเป็นต้องตั้งบุคคลภายนอกพรรค มาเป็นรัฐมนตรีในขณะนี้ จึงเป็นการตอบโจทย์รัฐบาลตั้งขึ้นมาเป็นรัฐมนตรีโควต้าเท่านั้นเอง โดยไม่สนใจในเรื่องมีประสิทธิภาพในการบริหารภายในกระทรวง

ทางด้านกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ถึงแม้จะจบดอกเตอร์จริง แต่งานทางด้านการเกษตรถือว่าเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจระดับรากหญ้า ประเด็นปัญหาในฐานะที่เป็นผู้หญิงจะไปกระตุ้นปัญหารากหญ้าได้จริงหรือไม่ เป็นเรื่องท้าทายในรื่องกระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้าของรัฐบาล ที่ควรจะทำ ที่ควรจะเป็น

สำหรับ ครม.อุ๊งอิ๊ง มองไปแล้วรัฐมนตรีหน้าใหม่แทบไม่มีเลย มีเพียงกระทรวงเกษตรฯ ที่เข้ามา 3 คนถือว่าเป็นคนหน้าใหม่ แต่รัฐมนตรีหน้าเก่าและมานั่งตำแหน่งรัฐมนตรีใหม่มี 2 คนคือรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ถือว่าเป็นคนหน้าใหม่ที่เข้ามาเติมให้เห็นว่า ครม.นี้ให้ดีขึ้นเท่านั้นเอง แต่ฝีมือในการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะรัฐมนตรี ยังไม่ตอบโจทย์ และเป็นที่คาดหวังของประชาชนได้เท่าใดนัก.

ยอดเข้าชม 207 ครั้ง