:ประมวลภาพ:

กำนันเป๊าะ-ศักดา นพสิทธิ์ ความแตกต่างที่เกิดขึ้นจริง !!

ขอคิดด้วยฅน ข่าวเล่าว่า ตอน กำนันเป๊าะ-ศักดา นพสิทธิ์ ความแตกต่างที่เกิดขึ้นจริง

หากกล่าวถึงผู้ยิ่งใหญ่ในพื้นที่ จ.ชลบุรี ในอดีตหลายคนคงนึกถึง กำนันเป๊าะ หรือ สมชาย คุณปลื้ม คนดังภาคตะวันออก ผู้กุมบังเหียนบทบาททางการเมือง หากพรรคการเมืองใดสนใจ ต้องการบ้านใหญ่ลงศึกเลือกตั้ง สส.หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และต้องการ สส.เป็นกอบเป็นกำ ต้องเข้าซุ้มกำนันเป๊าะ

ซึ่งกำนันเป๊าะสามารถทำได้จริง และเคยยึดพื้นที่ สส.ยกทั้งจังหวัดมาแล้ว อาทิ การเลือกตั้งปี 2539 กำนันเป๊าะส่ง สส.ในนามพรรคชาติไทย ได้รับการเลือกตั้งยกทั้งจังหวัด หรือในการเลือกตั้งปี 2548 ลงในนามของพรรคไทยรักไทย ได้รับเลือกตั้งยกทั้ง 7 เขต หรืออย่างน้อยก็ได้เกือบครบทุกเขต จนทำให้หลายพรรคการเมืองเชื่อมือ และมาทาบทามให้สังกัดพรรคการเมืองของตน เพื่อให้ได้ สส.เป็นกอบเป็นกำ มีอำนาจต่อรองในสภาผู้แทนราษฎร

อย่างไรก็ตาม ยังมีบางมุมที่้เล่าต่อกันมา ถึงแม้ว่า กำนันเป๊าะจะยิ่งใหญ่แค่ไหนก็ตาม ก็ยังเคยถูกกลุ่มวัยรุ่นรุมสกรัม เสียสะบักสะบอมเหมือนกัน เมื่อกำนันเป๊าะสู้ไม่ได้ จึงประกาศว่ากูคือ กำนันเป๊าะ สิ้นเสียงเท่านั้น หลายคนต้องกราบแล้วแผ่นแนบทันที

ล่าสุดในแวดวงการเมือง ต้องถือว่าผู้วิพากษ์การเมืองคนสำคัญของ จ.ชลบุรี ต้องยกให้ ศักดา นพสิทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย และเคยลง สส.ในพื้นที่ จ.ชลบุรี มีบทบาทด้านสื่อมวลชนมากมาย สำนักข่าวหลายสำนักต่างเชิญไปวิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์การเมืองซึ่งมีความเข้มข้น โดยมีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ดาวรุ่งกำลังพุ่งแรงในวัยจะครบ 60 ปีพอดี

วันที่ 10 ธันวาคม 2567 ซึ่งเป็นวันรัฐธรรมนูญ เสียงปืนได้กึกก้องที่ร้านอาหารบางปะกง 3 ต.เสม็ด อ.เมือง จ.ชลบุรี ทำให้ร่างของ ศักดา นพสิทธิ์ ทรุดลงกับพื้น เนื่องจากกระสุนปืนขนาด 9 มม.พุ่งทะลุเข้าท้องน้อยทะลุหลัง 1 นัด เข้าลำไส้เล็ก ทำให้ต้องตัดทิ้งไป 15 เซนติเมตร และยังมีเสียงปืนดังขึ้นตามมาอีก 3 นัด เดชะบุญกระสุนเหล่านั้นไม่ถูกร่างของ ศักดา นพสิทธิ์ ทำให้รอดตายอย่างปาฏิหาริย์

จากการสอบถาม ศักดา นพสิทธิ์ ช่วงก่อนเหตุทราบว่า ไปนั่งดื่มเบียร์ 1 ขวด พร้อมกับแก้ม พอดีปวดปัสสาวะ จึงไปปัสสาวะหน้าห้องน้ำ จึงมีการต่อว่าต่อขานกับมือปืนผู้ก่อเหตุ พร้อมทั้งถามว่าชื่ออะไร พอตอบว่า ศักดา นพสิทธิ์ เท่านั้น พวกชักปืนจากเอวยิงทันที

หากดังแบบ กำนันเป๊าะ เหตุการณ์คงไม่เกิดขึ้นแบบนี้ 

ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าคิดเหมือนกัน.

ยอดเข้าชม 356 ครั้ง