
ผู้สมัครนายก อบจ.ชลบุรี 3 คน วิทยา-ชุดาภัค-ประมวล ย้ำชลบุรีต้องเปลี่ยน หากได้รับการเลือกตั้งเป็นฝ่ายบริหาร ยัน อบจ.ไม่พัฒนาเพราะติดปัญหาข้อกฎหมาย
เมื่อวันที่ 12 มกราคม ที่ห้องออดิทอเรียม คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา จ.ชลบุรี ได้จัดรายการ Policy Forum เลือก อบจ. เลือกอนาคตท้องถิ่น “บ้านเรา เรากำหนดเอง” โดยมีการเชิญ นายวิทยา คุณปลื้ม ผู้สมัครนายก อบจ.ชลบุรี เบอร์ 1 กลุ่มเรารักชลบุรี น.ส.ชุดาภัค วสุเนตรกุล ผู้สมัคร นายก อบจ.ชลบุรี เบอร์ 2 พรรคประชาชน และนายประมวล เอมเปีย ผู้สมัครนายก อบจ.ชลบุรี อิสระ เบอร์ 3 มาร่วมโชว์วิสัยทัศน์และแนวทางในการพัฒนา จ.ชลบุรี หากได้รับเลือกตั้งเป็นนายก อบจ.ชลบุรี
นายวิทยากล่าวว่า ในฐานะที่ทำงานเป็นนายก อบจ.ชลบุรี การทำหนดแนวทางในการพัฒนานั้น ต้องยอมรับว่ายังติดปัญหาในเรื่องกฎ เกณฑ์ข้อบังคับของกฎหมาย ซึ่งรัฐเป็นผู้กำหนด อะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ นอกจากนี้ยังระบุข้อห้ามไว้มากมาย ส่วนข้อที่ไม่ห้ามเมื่อสอบถามไปแล้ว ได้รับคำตอบว่าทำไม่ได้ จึงทำให้การพัฒนาไม่เป็นไปตามความต้องการของประชาชนใน จ.ชลบุรี
นายวิทยากล่าวอีกว่า สำหรับรายได้ของ อบจ.ชลบุรีนั้น เกี่ยวกับล้อเลื่อนจะได้รับงบประมาณ 1,000 ล้านบาท ภาษีแวตหรือภาษีมูลค่าเพิ่มประมาณ 2,500 ล้านบาท ซึ่งในความเป็นจริงยังมีบริษัท ห้างร้าน โรงงานต่างๆ ที่เข้ามาตั้งในพื้นที่ จ.ชลบุรี แต่ไปเสียภาษีภาษีมูลค่าเพิ่มที่กรุงเทพฯ ไม่เช่นนั้น จ.ชลบุรี จะมีรายได้จากภาษีมูลค่าเพิ่มไม่น้อยกว่า 10,000 ล้านบาท ขณะนี้ อบจ.ทั่วประเทศกำลังปรึกษาหารือกันว่า หากมีโรงงาน ห้างร้าน บริษัท ตั้งอยู่ในจังหวัดใด ให้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่จังหวัดนั้น เนื่องจากมาใช้ทรัพยากรในพื้นที่
"ในส่วนของการกำหนดนโยบายของกลุ่มเรารักชลบุรี ก็ได้มีการสอบถามความเห็นของประชาชน เพื่อให้มีส่วนร่วมในการออกแบบการพัฒนา จ.ชลบุรี จึงมีแนวนโยบายว่า "มหานครของคนทุกเจน" ซึ่งจะดูแรกตั้งแต่เด็ก วัยทำงาน ผู้สูงอายุ ทุกกลุ่มทุกวัย ด้วย 3 ดีคือ เศรษฐกิจดี การศึกษาดี และสิ่งแวดล้อมดี โดยเอาสมาร์ท ซิตี้ มาพัฒนา เพื่อเข้าสู่เมืองยุคใหม่" นายวิทยากล่าวและว่า สำหรับ จ.ชลบุรี ต้องมีการพัฒนาทางด้านการท่องเที่ยว เพราะสร้างรายได้ปีละ 3 แสนล้านบาท จากเป้าหมายที่มีคนมาเที่ยวชลบุรีประมาณ 22 ล้านคน จะต้องเพิ่มเป็น 30 ล้านคน เพื่อทำให้เศรษฐกิจของ จ.ชลบุรีดีขึ้น
น.ส.ชุดาภัคกล่าวว่า การหาเสียงในครั้งนี้ ส่วนใหญ่จะมีการลงพื้นที่ สอบถามความเห็นจากประชาชน รวมทั้งผ่านโซเซียล หลังจากนั้นได้กำหนดเป็นนโยบายในการหาเสียง ซึ่งในการทำงานของ อบจ. ควรเอาความต้องการของประชาชนเป็นตัวตั้ง ซึ่งการทำงานไม่ควรเน้น การสั่งการจากส่วนกลางเพียงอย่างเดียว ควรเอาความต้องการของประชาชนในพื้นที่ หากต้องการให้มีการพัฒนาจังหวัดจริงๆ ควรคุยให้เคลียร์ ให้ชัดเจน
"อยากให้คนชลบุรีเสนอแนวคิดมาว่า จะทำอย่างไรให้เมืองน่าอยู่ เพราะถือว่าชลบุรีเปรียบเสมือนบ้านหลังใหญ่ ที่มีคนจำนวนมากมายมาอาศัยอยู่ ไม่ควรจะทิ้งใครไว้ข้างหลัง ทุกคนควรจะมีสุขภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยเฉพาะผู้สูงอายุ คนพิการ นอกจากนี้ในเรื่องของการท่องเที่ยว ไม่ใช่มีการพัฒนาแต่พื้นที่ชายทะเล ควรจะพัฒนาพื้นที่ที่เป็นป่าเขา อาทิ อ.บ้านบึง อ.บ่อทอง อ.หนองใหญ่ ควรจะส่งเสริมการท่องเที่ยวทุกอำเภอ" น.ส.ชุดาภัคกล่าวและว่า เมื่อบ้านแข็งแรง การบริหารโปร่งใส ทุกคนมีส่วนร่วม เปิดเผยข้อมูลทุกด้าน ซึ่งเป็นนโยบายของพรรคประชาชนในการลงสมัครรับเลือกตั้ง อบจ.ชลบุรี
ทางด้านนายประมวลกล่าวว่า การที่ท้องถิ่นไม่เกิดการพัฒนา เนื่องมาจากส่วนกลางให้แต่งานมา แต่ไม่ให้งบประมาณ ทั้งที่ควรให้งบประมาณมาด้วย ปัญหาในพื้นที่ จ.ชลบุรี ส่วนใหญ่จะมาจากปัญหาขยะ ปัญหาในเรื่องสิ่งแวดล้อม เพราะมีโรงงานมาตั้งจำนวนมาก นอกจากนี้ยังไม่รับผิดชอบ สร้างขยะสารเคมีจำนวนมาก โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่รับผิดชอบ และติดตามแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยมีผลพวงมาจากการคอรัปชั่น
"สำหรับปัญหาในพื้นที่ จ.ชลบุรีพบว่า จราจรติดขัด การสร้างนิคมอุตสาหกรรมจำนวน สร้างภาระและการใช้ชีวิตของคนชลบุรี ซึ่งเรื่องเหล่านี้ต้องได้รับการแก้ไข นอกจากนี้ยังมีปัญหาในเรื่องสุขภาพ จึงมีแนวคิดว่าจะต้องมีศูนย์ฟอกไตทุกตำบล การศึกษาควรจะมีการจ้างครูสอนภาษาอังกฤษ จีน ทุกโรงเรียน ซึ่ง อบจ.สามารถสนับสนุนได้ รวมทั้งการติดตั้งกล้องวงจรปิดทุกตำบล เพื่อลดการก่ออาชญากรรม"นายประมวลกล่าว.
ยอดเข้าชม 186 ครั้ง