:ประมวลภาพ:

เส้นทาง..ทางการเมืองของ นายกฯเบญ หรือเบ็ญจวรรณ์ สุวานิชย์

เส้นทาง..ทางการเมืองของ นายกฯเบญ หรือเบ็ญจวรรณ์ สุวานิชย์ นายกเทศมนตรีหญิง คนแรกของเทศบาลตำบลเสม็ด อำเภอเมืองชลบุรี ที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่เต็มไปด้วยขวากหนาม

หากย้อนอดีต เบ็ญจวรรณ์ สุวานิชย์ ได้เข้ามาประกอบธุรกิจจำหน่ายเครื่องสังฆภัณฑ์ในพื้นที่ ต.เสม็ด อ.เมือง จ.ชลบุรี โดยใช้ชื่อร้านว่า "เมืองใหม่สังฆภัณฑ์ชลบุรี" มานานหลายปี ธุรกิจเจริญขึ้นเรื่อยๆ ทั้งขายปลีก-ขายส่ง ทำให้มีลูกค้ามากมาย ด้วยการบริการที่มีมิตรจิตมิตรใจกับลูกค้าที่ดี ประกอบกับเป็นมีอัธยาศัยชอบทำบุญ จึงได้เกิดมวลมิตรมากมายเข้ามาร่วมธุรกิจค้าขายจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดผลดีในด้านธุรกิจขายเครื่องสังฆภัณฑ์ ทำให้มีหลักฐานที่มั่นคง

สำหรับเส้นทางเข้าสู่ทางการเมืองนั้น เนื่องจากมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับ ยุพิน หรือที่หลายคนเรียกว่า เจ๊สติล คุณปลื้ม ภรรยาของกำนันเป๊าะ หรือสมชาย คุณปลื้ม ผู้กว้างขวางในพื้นที่ จังหวัดชลบุรี ประกอบกับเป็นคนเข้านอก-ออกในที่บ้านแสนสุขได้ตลอดเวลา ทำให้เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป รวมทั้งคนดังในพื้นที่ จ.ชลบุรี ที่อยู่ใกล้ชิดกับกำนันเป๊าะหลายคน โดยเฉพาะกำนันวินัย หรือ วินัย พ้นภัยพาล ปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองอ่างศิลา จังหวัดชลบุรี

ด้วยความที่เป็นผู้หญิงแกร่ง จิตใจไม่แพ้ผู้ชาย ประกอบกับทำธุรกิจค้าขายมีฐานะมั่นคง ทำให้กำนันวินัยจับตามอง และอยากให้ลงเล่นการในระดับท้องถิ่น ช่วงนั้นองค์การบริหารส่วนตำบลเสม็ด ได้มีการยกฐานะเป็นเทศบาลตำบลเสม็ดในช่วงปี 2550-2551 กำนันวินัย ช่วงนั้นรับผิดชอบเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้งเทศบาลตำบลเสม็ด จึงได้วางตัวผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งนายกเทศมนตรีคือ นายยุทธนา สุภาภรณ์ พร้อมทั้งวางตัวผู้ลงสมัครสมาชิกสภาเทศบาลตำบลเสม็ดทั้งสิ้น 12 คน 2 เขตเลือกตั้ง และต้องการให้มีผู้หญิงลงสมัครเขตละ 1 คน เพื่อให้เกิดสีสันทางการเมือง จึงได้ตัดสินใจดึงตัว เบ็ญจวรรณ์ สุวานิชย์ มาลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาล ถึงแม้จะปฏิเสธไปหลายครั้งหลายคราก็ตาม แต่ในที่สุดเกิดใจอ่อน ยอมเข้าสู่เส้นทางการเมืองท้องถิ่น และได้รับการเลือกตั้งเข้าสู่สภาเทศบาลตำบลเสม็ดครั้งแรก พร้อมกับเพื่อนสมาชิกที่ลงสมัครรับเลือกตั้งอีกหลายคน อาทิ นายสุเมธ ไพสิฐเศวต และ นายอัฎฐพร ศรีสนอง และถือว่าทั้ง 2 คนเป็นคนใกล้ชิดกับ เบ็ญจวรรณ์ สุวานิชย์ มาตลอด

ต่อมาเส้นทางการเมืองของ เบ็ญจวรรณ์ สุวานิชย์ เกิดการพลิกผันอย่างรุนแรงในช่วงการเลือกตั้งสมาชิกสภาจังหวัดชลบุรี เมื่อปี 2563 การจัดตัวผู้ลงสมัครสมาชิกสภาจังหวัดชลบุรี ในพื้นที่ อ.เมืองชลบุรี ซึ่งมีกำนันวินัยรับผิดชอบในพื้นที่ตำบลเสม็ด และตำบลอ่างศิลา ได้มีกระแสข่าวว่าจะวางตัว เบ็ญจวรรณ์ สุวานิชย์ ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาจังหวัดชลบุรี เขต 6 อำเภอเมืองชลบุรี ต่อมาเกิดการพลิกโผ เมื่อกำนันวินัยเปลี่ยนใจส่ง นายภูริวัฒน์ เสมอวงษ์ เครือญาติของกำนันน้อง หรือ นายวัฒนา ตั้งประกอบ น้องเขยกำนันเป๊าะ ลงสมัครรับเลือกตั้ง ทำให้ เบ็ญจวรรณ์ สุวานิชย์ เสมือนถูกทิ้งออกจากเส้นทางการเมืองท้องถิ่นไปโดยปริยาย

ช่วงนั้นยอมรับว่าการเมืองในพื้นที่จังหวัดชลบุรีเกิดความปั่นป่วน เนื่องจากกำนันเป๊าะเสียชีวิต ประกอบกับหลายคนต้องการเป็นใหญ่ ในเส้นทางการเมืองพื้นที่ของตนเอง จึงเกิดความแตกแยกอย่างรุนแรง นอกจากนี้นายสุชาติ ชมกลิ่น ได้แยกตัวออกมาจากกลุ่มบ้านใหญ่ เนื่องจากเกิดความขัดแย้งเกี่ยวกับการเมืองในท้องถิ่น และได้มาตั้งกลุ่มพลังเฮ้ง หรือกลุ่มพลังใหม่ชลบุรี เพื่อให้ตัวเองเข้ามามีบทบาททางการเมืองบางส่วนในพื้นที่จังหวัดชลบุรี

ต่อมามีการเลือกตั้งเทศบาลทั่วประเทศในช่วงปี 2564 ในพื้นที่ ต.เสม็ด ได้เกิดการแข่งขันทางการเมืองกันอย่างรุนแรง เนื่องจากกำนันวินัยได้ส่ง นายเขมชาติ วงษ์พันธุ์เสือ อดีตรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเสม็ดลงสมัครรับเลือกตั้ง โดยปล่อยให้ เบ็ญจวรรณ์ สุวานิชย์ โดดเดี่ยว นายสุชาติ ชมกลิ่น หรือรัฐมนตรีเฮ้ง ช่วงนั้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเห็นช่องและเปิดโอกาส ในการที่จะนำผู้หญิงเข้ามามีบทบาททางการเมือง จึงได้ดึงตัว เบ็ญจวรรณ์ สุวานิชย์ มาลงสมัครรับเลือกตั้งนายกเทศมนตรีตำบลเสม็ด ในนามกลุ่มพลังใหม่เสม็ด 

โดยกำนันวินัย ชะล่าใจเนื่องจาก เบ็ญจวรรณ์ สุวานิชย์ ถูกดึงไปลงสมัครรับเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเพียงคนเดียว โดยไม่มีว่าที่ผู้ลงสมัครสมาชิกสภาเทศบาลติดตัวไปด้วย ซึ่งผู้ลงสมัครสมาชิกสภาเทศบาลส่วนใหญ่ เป็นการวางตัวของรัฐมนตรีเฮ้งทั้งหมด ประกอบกับมองว่าเป็นผู้หญิงคงไม่เชี่ยวชาญทางการเมือง ช่วงการนับคะแนนปรากฏว่าสูสีกันทุกหน่วยเลือกตั้ง ผลคะแนนที่ออกมาแบบหายใจรดต้นคอ ผลัดกันแพ้ ผลัดกันชนะ ผลสุดท้าย เบ็ญจวรรณ์ สุวานิชย์ คว้าชัยชนะเฉือนคู่แข่งไปได้ 44 คะแนน จึงสร้างบทบาทใหม่ทางการเมือง ทำให้เทศบาลตำบลเสม็ด มีนายกเทศมนตรีตำบลเสม็ดที่เป็นผู้หญิงคนแรก

ต้องยอมรับว่า เบ็ญจวรรณ์ สุวานิชย์ ช่วงของการหาเสียงถูกกดดันทุกวิถีทาง เนื่องจากเป็นผู้หญิงคนเดียว ที่ลงพื้นที่หาเสียง ซึ่งเต็มไปด้วยความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจของเหล่าผู้ที่ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลในกลุ่มพลังใหม่เสม็ด ทำให้ เบ็ญจวรรณ์ สุวานิชย์ ต้องทำใจ เมื่อลงสนามแล้วจะต้องทำให้ดีที่สุด บุกทุกพื้นที่เพื่อเรียกคะแนนเสียง ท่ามกลางความขื่นขมทางจิตใจ แต่ในที่สุดก็ผ่านอุปสรรคมาได้

แม้กระทั่งการทำงานในฐานะนายกเทศมนตรีตำบลเสม็ด ก็ยังไม่วายที่จะถูกกลั่นแกล้งและมีเรื่องร้องเรียนตลอดเวลา เกี่ยวกับเรื่องของการบริหารงาน รวมทั้งมีการฟ้องร้องนำคดีขึ้นสู่ศาล ในที่สุดด้วยการทำงานที่ตรงไปตรงมา ทำให้ผ่านอุปสรรคนานัปการ และรอวันหมดวาระในการบริหารงาน ส่วนเส้นทางการเมืองในอนาคตยังเป็นปริศนา

เบ็ญจวรรณ์ สุวานิชย์ เคยกล่าวไว้ว่า "นายกฯวินัยเป็นผู้สร้างเส้นทาง ทางการเมือง คงไม่ทะเลาะด้วย ถึงจะมีกระแสข่าวว่ามีความขัดแย้งกันตลอดมา แต่ยังให้ความเคารพนับถือเหมือนเดิม ส่วนรัฐมนตรีเฮ้งถือว่าให้โอกาส ที่ได้นั่งตำแหน่งนายกเทศมนตรีหญิงคนแรกของเทศบาลตำบลเสม็ด ถือว่าให้โอกาสทางการเมือง และไม่ต้องการทะเลาะด้วยเช่นกัน เว้นแต่คนรอบข้างที่พยายามใส่ร้ายป้ายสี ส่วนอนาคตทางการเมืองก็ต้องดูว่า จะให้โอกาสนายกฯหญิงคนแรกของตำบลเสม็ด ทำงานเพื่อชาวตำบลเสม็ดต่อไปหรือไม่ ก็เท่านั้นเอง".

ยอดเข้าชม 247 ครั้ง