:ประมวลภาพ:

อ.โอฬาร ถิ่นบางเตียว มองการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯอิ๊งคนเดียว

ผศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เปิดมุมมองอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯอิ๊งคนเดียว

การอภิปรายนายกฯอิ๊งคนเดียว หากถามว่าทำได้ไหม ผมมองว่าทำได้ เพราะว่าเป็นการอภิปรายภาพรวมในฐานะที่เป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด ในการบริหารราชการแผ่นดิน นายกฯต้องดูแลกำกับทุกกระทรวงอยู่แล้ว แต่ฝ่ายค้านคงไม่ได้มองในเรื่องการบริหารราชการ แต่จะมองในเชิงการเมืองไปด้วย โดยการวางกลยุทธ์ทางการเมืองในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯไปด้วย

การอภิปราย 1 วัน มองว่าเป็นเทคนิคการเมืองของพรรคเพื่อไทย ต้องการให้พรรคฝ่ายค้านอภิปรายนายกฯ ให้น้อยที่สุด ซึ่งสะท้อนถึงความกังวลใจของพรรคเพื่อไทย แกนนำ รวมทั้ง ทักษิณ ชินวัตร ไปด้วย จึงต้องกำหนดเพียง 1 วัน และมีท่าทีแข็งกร้าวด้วย ทำให้มองว่าทางพรรคเพื่อไทย ทักษิณ ชินวัตร กังวลใจไม่น้อย ที่ แพทองธาร ในฐานะนายกฯ จะต้องชี้แจงข้ออภิปรายของพรรคฝ่ายค้าน 

โดยหลักการแล้ว อาจจะมีปัญหาในทางการเมือง ที่มีระบบรัฐสภา มีหลักการใหญ่ๆ ประกอบไปด้วย กำหนดการเข้าสู่อำนาจจะต้องมาจากการเลือกตั้ง การจัดตั้งรัฐบาลจะต้องเป็นไปตามหลักกฎหมาย ตรงนี้รัฐบาลดำเนินการให้เป็นไปตามหลักการ ถึงแม้ว่าจะรู้ว่าการจัดตั้งรัฐบาลมีการฮั้วกัน ในประการต่อมาการใช้อำนาจในระบอบประชาธิปไตยที่มีรัฐสภา จะมีการเปิดโอกาสให้รัฐบาลมีอำนาจ แต่อำนาจก็จะต้องมีการตรวจสอบจากรอบด้าน เข้มข้น กว้างขวาง เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ซึ่งเป็นหน้าที่ของฝ่ายสภา และฝ่ายค้าน เพราะฉะนั้นรัฐบาลไม่ควรชิงความได้เปรียบ ให้มีการอภิปรายเพียง 1 วัน เพราะจะต้องให้ฝ่ายค้านอภิปรายครอบคลุมทุกประเด็น ที่มีการยื่นญัตติซึ่งมีทั้งหมด 6 ประเด็น

การอภิปรายเพียง 1 วัน ด้วยเทคนิคและวิธีการ ไม่ว่าจะเป็นองค์รักษ์พิทักษ์แพทองธาร กลุ่ม สส.จะใช้เทคนิคทางการเมืองในข้อกฎหมาย เพื่อทำลายสมาธิของผู้อภิปรายในสภา เพื่อให้การอภิปรายเกิดความติดขัด ผมมองว่าเป็นวิธีการน้ำเน่าทางการเมืองของนักการเมืองแบบเก่า นายกฯไม่ควรเอามาเป็นบรรทัดฐานในการทำงาน ตอนนี้หากมองไปแล้วพรรคเพื่อไทย จะเห็นว่ามีเพียง ทักษิณ ชินวัตร และแพทองธาร ชินวัตร ที่ยังรักษาศรัทธาประชาชนได้ ส่วนบรรดานักการเมืองที่ต้องการออกมาเป็นองค์รักษ์ พวกนี้มองว่าเป็นกากเดนทางการเมือง ต้องการถ่วงดุลอำนาจ นายกฯไม่สมควรไปฟังคนพวกนี้

นายกฯในฐานะที่จบการศึกษาในระดับสูง จากมหาวิทยาลัยชั้นนำ จะต้องเข้าใจระบบประชาธิปไตยรัฐสภาที่ดี พอสมควร ดังนั้นควรให้พรรคฝ่ายค้านอภิปรายครอบคลุม อาจจะต้องใช้เวลานานถึง 3 วันก็ได้ ซึ่งจะทำให้ระบบการเมืองเป็นไปตามหลักการ หากทำแบบนี้ได้ก็จะทำให้ภาพลักษณ์ทางการเมืองของนายกฯ ไม่เป็นส่วนหนึ่งของนักการเมืองแบบเก่า

การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ 1 วัน ผมคิดว่าเขากลัวมากกว่า และยังเป็นการทำลายภาพลักษณ์นายกฯ แต่ภายใต้ความกลัว ควรตั้งทีมองค์รักษ์คอยหาข้อมูล ติดตามข้อมูล และนำมาให้นายกฯ เตรียมตัวในการอภิปราย พูดง่ายๆ เมื่อมีการอภิปรายประเด็นใดก็ตาม นายกฯก็ตอบแบบสง่างาม แทนที่จะใช้เทคนิคทางสภา ที่มีการก่อกวนเป็นการทำลายตัวนายกฯ ทีมที่ปรึกษาควรจะเปลี่ยนภาพลักษณ์นายกฯ มีองค์รักษ์พิทักษ์ได้ แต่ไม่ควรล้นเกินความต้องการ จนทำให้เห็นว่าเกิดภาพลักษณ์ว่ามีอาการกลัว ควรจะให้นายกฯ แสดงบทบาทภาวะของผู้นำ เพราะสามารถทำได้ อนาคตก็จะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยต่อไป ตามที่กล่าวไปแล้วพรรคเพื่อไทยมีเพียง แพทองธาร และทักษิณ เท่านั้น ที่ยังรักษาศรัทธาประชาชนได้ มากกว่า สส.คนอื่นๆ ซึ่งเป็นเพียงปลายแถวที่ต้องการผลบุญของอำนาจ

ส่วนกรณีที่มีการพาดพิงไปถึงรัฐมนตรีประจำกระทรวงต่างๆ ในเรื่องนี้นายกฯ อาจจะให้รัฐมนตรีประจำกระทรวงนั้นๆ ตอบแทนก็ได้ แต่โดยรวมนายกฯ จะต้องตอบหรือชี้แจงก่อน ในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุด ส่วนรายละเอียดควรให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องชี้แจงขยายความเพิ่มเติม การอภิปรายเพียง 1 วัน ผมมองว่าไม่ได้อะไร นายกฯไม่ควรเล่นเกมส์การเมืองแบบนี้ เพราะเป็นการเมืองน้ำเน่า การเมืองสกปรก และเป็นนักการเมืองรุ่นก่อนที่ไม่ได้สร้างการเรียนรู้ทางการเมือง และไม่ให้ความสำคัญทางด้านการตรวจสอบ ทั้งที่นายกฯ ควรจะใจกว้างให้ฝ่ายค้านให้มีการอภิปรายอย่างน้อย 3 วัน ผมมองว่ากำลังดี วันละ 2 ประเด็น ไม่มากเกินไป และไม่ตรึงเครียดเกินไป ทำให้ประชาชนได้เรียนรู้ในเรื่องการอภิปรายไปด้วย

ส่วนประเด็นสำคัญที่มีการอภิปรายและส่งผลกระทบต่อนายกฯ โดยตรง ผมมองว่าน่าจะมี 3 ประเด็นคือในเรื่องภาวะผู้นำ ความรู้ความสามารถ ประเด็นต่อมาในเรื่องนโยบายที่สัญญากับประชาชนเอาไว้ ตอนหาเสียงเลือกตั้งแล้วไม่ทำให้เกิดเป็นรูปธรรม รวมทั้งนโยบายมีผลประโยชน์ทับซ้อน ประชาชนกังขา เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุน และมีการขับเคลื่อนอย่างรวดเร็ว อาทิเช่น กาสิโน และประเด็นสุดท้ายคือชั้น 14 ที่ทำลายกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ ภายใต้การละเลยของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และจะโยงไปเรื่องทักษิณ ชินวัตร คิดว่าหากมีการสาวกันในเรื่องที่กล่าวมานี้ ที่จะเกิดนผลกระทบต่อตัวนายกฯ โดยตรง

การคาดหวังการเกี่ยวการอภิปรายในครั้งนี้ อยากให้นายกฯ ที่ถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะได้ชี้แจงด้วยข้อมูล เหตุผล และหลักฐาน สร้างบรรยากาศการเมืองแบบใหม่ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล และหวังว่าผู้นำฝ่ายค้านที่ถูกกล่าวหาว่ามีดิวลับกับแกนนำทางจิตวิญญาณของพรรคเพื่อไทย ซึ่งฝ่ายค้านจะต้องอภิปรายให้สมเหตุสมผล พร้อมทั้งแสดงข้อมูลให้เกิดความชัดเจนไม่มีดิวลับกันจริงๆ และอยากให้บรรดานักการเมืองช่วยกันสร้างบรรยากาศทางการเมืองแบบใหม่ อย่าทำการเมืองแบบน้ำเน่า ไม่สร้างการเรียนรู้ รวมทั้งคาดหวังอยากให้ประชาชนติดตามการอภิปรายไม่ไว้วางใจทั้งฝ่ายค้าน และการชี้แจงของฝ่ายรัฐบาล หากเห็นด้วยก็ควรให้การสนับสนุน ถ้าไม่เห็นด้วยก็ให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ เพื่อสร้างบรรยากาศการเมืองแบบประชาธิปไตย

ยอดเข้าชม 127 ครั้ง