
อุตสาหกรรมชลบุรีสั่งดำเนินคดี บ.วี เทคนิค รีไซเคิล นำสารพิษจากสมุทรสาครมาฝังกลบ หมู่ 5 บ่อกวางทอง ปัญหาโรงงานทุนจีนปล่อยสารพิษลงคลองโตนดหมู่ 1 และหมู่ 4 หวั่นทำลายสายน้ำทั้งระบบถึง จ.ฉะเชิงเทรา
เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม นายรัฐรุจน์ ปิยะพงศ์ภัทร กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ ภาคประชาสังคม จ.ชลบุรีเปิดเผยว่า กรณีโรงงานทำอิฐบล็อกในพื้นที่หมู่ 5 ต.บ่อกวางทอง อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี ได้มีการแปลงสภาพจากบริษัท วีเทคนิค รีไซเคิล จำกัด ได้มีการเก็บสารเคมีไว้ในถุงบิ๊กแบ็คจำนวนมาก ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วบริเวณรอบโรงงาน และมีการนำสารเคมีไปฝังกลบในพื้นที่รอบโรงงานจำนวนมากอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีน้ำเสียไหลลงพื้นที่ของเกษตรกร ที่สำคัญชาวบ้านยังได้มีการจับกุมรถบรรทุกขนสารเคมีใส่ถุงบิ๊กแบ็คจำนวนมากมาจอดที่โรงงานดังกล่าว โดยขนมาจาก จ.สมุทรสาคร เมื่อวันที่ 2 มีนาคม พร้อมทั้งควบคุมตัวคนขับรถและถุงบิ๊กแบ็คจำนวนมาก จึงได้ร้องเรียนให้ทางอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรีดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง
นายรัฐรุจน์กล่าวว่า อุตสาหกรรม จ.ชลบุรี ได้ชี้แจงมาแล้วว่า สารเคมีที่ฝังกลบในพื้นที่หมู่ 5 ต.บ่อกวางทอง ได้ส่งให้ศูนย์วิจัยและเตือนภัยมลพิษโรงงานภาคตะวันออก ทำการตรวจสอบพบว่าสารดังกล่าวเข้าข่ายวัตถุอันตราย ตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 จึงได้แจ้งความดำเนินคดีกับบริษัทฯดังกล่าว และมีคำสั่งให้ขนย้ายสารพิษไปบำบัด และกำจัดตามกฎหมาย
"ขณะนี้ในพื้นที่ ต.บ่อกวางทอง ต.บ่อทอง จ.ชลบุรี มีโรงงานเกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะโรงงานนายทุนจีน ทั้งที่พื้นที่ใน อ.บ่อทอง เป็นพื้นที่เกษตรกรรม ไม่สามารถสร้างโรงงานได้ แต่ได้มีโรงงานเกิดขึ้นมากมาย เห็นว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และข้าราชการ ละเลยไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ถือว่ามีความผิด" นายรัฐรุจน์กล่าวและว่า ถ้าตรวจสอบฐานความผิด หากเป็นนักการเมืองถือว่ากระทำความผิดจริยธรรมทางการเมืองอย่างร้ายแรง เพราะปล่อยให้มีการตั้งโรงงาน ในพื้นที่ผังเมืองกำหนดให้ทำเกษตรกรรม หรือถ้าเป็นข้าราชการมีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งที่ควรจะศึกษาในเรื่องผังเมือง หรือพระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ.2561 ให้ชัดเจน จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตรวจสอบเพราะมีการฝ่าฝืนกฎหมายกันอย่างมากมาย และสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน
ทางด้านนายดำรงค์เดช พรงาม แกนนำชาวบ้าน ต.บ่อกวางทองกล่าวว่า ขณะนี้ได้มีโรงงานในพื้นที่หมู่ 1 และหมู่ 4 ต.บ่อกวางทอง สร้างสะพานคล่อมคลองโตนด ซึ่งเป็นคลองสาธารณะ ที่สำคัญยังมีการปล่อยสารพิษลงลำคลองอีกด้วย จึงได้มีการร้องเรียนให้ทางเทศบาลตำบลบ่อกวางทอง ดำเนินการตรวจสอบ หากมีการปล่อยสารพิษลงลำคลอง สารพิษดังกล่าวจะไหลไปในพื้นที่ อ.พนัสนิคม อ.พานทอง และข้ามไป จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งจะเกิดความเดือดร้อนทั้ง 2 จังหวัด เนื่องจากเป็นพื้นที่เกษตรกรรม
"น้ำที่ปล่อยลงในคลองโตนดนั้น ได้ลงไปตรวจสอบด้วยตนเองแล้ว เมื่อเดินลงไปปวดแสบปวดร้อนที่บริเวณขา เชื่อว่าเป็นสารพิษแน่นอน" นายดำรงค์เดชกล่าวและว่า ตนเองได้มีการเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบ กรณีที่มีนายทุนจีนมาสร้างโรงงานในพื้นที่ ต.บ่อกวางทองจำนวนมาก ส่วนใหญ่จะยึดพื้นที่ที่มีลำคลองไหลผ่าน เพื่อระบายสารพิษลงลำคลอง แต่ไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร แม้กระทั่งโรงงานทุนจีน 100 กว่าไร่ หมู่ 4 ต.บ่อกวางทอง สร้างโรงงานโดยไม่ผ่านประชาคม และฝ่าฝืนคำสั่งของเทศบาลตำบลบ่อกวางทอง แต่ยังดำเนินการก่อสร้างได้อย่างต่อเนื่อง แล้วอย่างนี้ประเทศไทยจะอยู่ได้อย่างไร เมื่อกฎหมายไม่สามารถบังคับใช้ได้
ยอดเข้าชม 1411 ครั้ง