
ชาวหมอนนาง อ.พนัสนิคมรวมตัวประท้วงโรงงานหลอมอะลูมิเนียมของชาวไต้หวัน ชี้ตั้งโรงงานพื้นที่สีเหลือง อีอีซี.ยันตั้งโรงงานไม่ได้ หากกระทบสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพชาวบ้าน
เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม ที่เทศบาลตำบลหมอนนาง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี นายจุมภฏ ชูศักดิ์เจริญ แกนนำหมู่ 8 ต.หมอนนาง อ.พนัสนิคม พร้อมด้วยนายรัฐรุจน์ ปิยะพงศ์ภัทร ที่ปรึกษาประธานกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภค และชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 8 และหมู่ 11 ต.หมอนนาง อ.พนัสนิคม และหมู่ 1 ต.บ่อกวางทอง อ.บ่อทองประมาณ 30 คน ได้รวมตัวเข้าพบ นายวีระชัย พละสรรค์ รองปลัดเทศบาล รักษาราชการแทนปลัดเทศบาลตำบลหมอนนาง เพื่อคัดค้านการสร้างโรงงานของบริษัท บอนเทค พรีซิซั่น (ประเทศไทย) จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 89/8 หมู่ 8 ต.หมอนนาง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี ซึ่งผู้ประกอบการเป็นชาวไต้หวัน เนื่องจากการขออนุญาตก่อสร้างโรงงานดังกล่าวได้มีทำประชาพิจารณ์เกี่ยวกับการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนยานยนต์ แต่ใบอนุญาตขอประกอบกิจการกลายเป็นโรงงานหลอมอะลูมิเนียม ทำให้ชาวบ้านหวั่นผลกระทบ หากมีก่อสร้างเสร็จและมีการประกอบการ จะผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนที่อาศัยอยู่รอบๆ โรงงานไม่น้อยกว่า 500 คน โดยเฉพาะปัญหามลพิษ น้ำเสีย รวมทั้งน้ำอุปโภคบริโภค
โดยทางเทศบาลตำบลหนอนนางได้มีการส่งมอบเอกสารให้กับแกนนำของกลุ่มผู้ประท้วง จากการตรวจสอบพบว่าหนังสือจากสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดชลบุรีได้ยืนยันชัดเจนว่า พื้นที่ดังกล่าวตั้งอยู่ในเขตประกาศคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี. เกี่ยวกับแผนผังการใช้ประโยชน์ในที่ดินพบว่าที่ดินที่ขออนุญาตตั้งโรงงาน เป็นที่ดินประเภทชุมชนชนบท (สีเหลืองอ่อน) ในการตั้งโรงงานหากมีผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงทั้งด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ ไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างได้ และพบว่าการขออนุญาตการตั้งโรงงานครั้งนี้ เป็นกิจการโรงงานหลอมอะลูมิเนียม ซึ่งทางกลุ่มผู้คัดค้านการสร้างโรงงานจะได้นำหนังสือของสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดชลบุรี ไปปรึกษาหารือกับทางคณะกรรมการ อีอีซี.อีกครั้งหนึ่งว่า สามารถตั้งโรงงานได้หรือไม่
หลังจากนั้นกลุ่มแกนนำที่คัดค้านการสร้างโรงงานดังกล่าว ได้เดินทางไปที่บริเวณหน้าบริษัท บอนเทค พรีซิซั่น (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมทั้งถือป้ายประท้วงคัดค้านการก่อสร้างโรงงานดังกล่าว ซึ่งกำลังมีการก่อสร้างอีกด้วย
นายจุมภฏ ชูศักดิ์เจริญ แกนนำคัดค้านการสร้างโรงงานกล่าวว่า การรวมตัวของชาวบ้านในครั้งนี้ เนื่องมาจากทางบริษัทฯ ได้มีการทำประชาพิจารณ์เกี่ยวกับโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ แต่การขออนุญาตประกอบการกลับกลายเป็นโรงงานหลอมอะลูมิเนียมจะเกิดผลกระทบต่อชีวิตชาวบ้าน เกิดมลพิษ น้ำเสีย ที่เกิดจากกระบวนการผลิต อนาคตอาจจะมีสารก่อมะเร็งในอากาศ พื้นดิน และน้ำ โดยเฉพาะน้ำบาดาลหากนำมาผลิตเป็นน้ำประปา ก็จะเกิดผลกระทบต่อสุขภาพของชาวบ้านโดยรวม จึงได้มารวมตัวคัดค้านอีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้ดำเนินการคัดค้านมาแล้วหลายครั้ง แต่เรื่องก็เงียบหายไป นอกจากนี้ทางด้านกลุ่มแกนนำจะได้ทำหนังสือถึงเทศบาลตำบลหมอนนาง เพื่อให้โรงงานดังกล่าวหยุดดำเนินการก่อสร้างอีกด้วย
นายรัฐรุจน์ ปิยะพงศ์ภัทร ที่ปรึกษาประธาน กมธ.การคุ้มครองผู้บริโภคกล่าวว่า ในเรื่องนี้ตนเห็นว่าการประชาพิจารณ์ครั้งแรกเกี่ยวกับโรงงานประกอบชิ้นส่วนรถยนต์ แต่เมื่อยื่นขอใบอนุญาตประกอบการพบว่า เอกสารของสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดชลบุรี ยืนยันว่าเป็นโรงงานหลอมอะลูมิเนียม ทำให้ชาวบ้านวิตกกังวลในเรื่องสิ่งแวดล้อม ประเด็นสำคัญคือพื้นที่ก่อสร้างโรงงานนั้น ทางผังเมืองของอีอีซี.ระบุว่าเป็นพื้นที่สีเหลืออ่อน ไม่สามารถตั้งโรงงานได้ เพราะเป็นพื้นที่เกษตรกรรม และพื้นที่ที่อยู่อาศัย เรื่องนี้จะได้ปรึกษากับทางคณะกรรมการ อีอีซี.อีกครั้งหนึ่ง หากพบว่ามีการทำผิดขั้นตอนและไม่เป็นไปตามข้อกฎหมาย ชาวบ้านจะรวมตัวไปฟ้องศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 2 เพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป.
ยอดเข้าชม 1121 ครั้ง