
ชาวบ้านพนัสนิคม-บ่อทอง จ.ชลบุรี รวมตัวร้อง อีอีซี. หลังถูกกล่าวอ้างว่า อีอีซี.สนับสนุนสร้างโรงงานทุนต่างชาติ ตกเป็นจำเลยสังคม เจ้าหน้าที่ อีอีซี.ยันหากอ้างเข้าข่ายผิดกฎหมาย พร้อมดำเนินคดี
เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี.) กรุงเทพฯ นายจุมภฏ ชูศักดิ์เจริญ แกนนำหมู่ 8 ต.หมอนนาง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี นายดำรงค์เดช พรงาม แกนนำชาวบ้านหมู่ 4 และหมู่ 5 ต.บ่อกวางทอง อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี นายรัฐรุจน์ ปิยะพงศ์ภัทร ที่ปรึกษาประธานกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภค และแกนนำชาวบ้านได้เข้าพบนายธนพัฒน์ ศรีประเสริฐ เจ้าหน้าที่อาวุโส อีอีซี. เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนกรณีที่มีนายทุนต่างชาติ ชาวไต้หวัน ได้สร้างโรงงานหลอมอะลูมิเนียม ในพื้นที่หมู่ 8 ต.หมอนนาง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี และนายทุนต่างชาติ ชาวจีน ได้เข้ามาก่อสร้างโรงงานในพื้นที่หมู่ 4 ต.บ่อกวางทอง เพื่อสร้างโรงงานในพื้นที่ 72 ไร่ โดยอ้างว่าจะสร้างโรงงานผลิตกล่องกระดาษลูกฟูก และโรงงานผลิตกระเบื้องพื้นไวนิล แต่ในความเป็นจริงจะสร้างโรงงานหลอมโลหะ ทำให้ชาวบ้าน ต.หมอนนาง และ ต.บ่อกวางทอง หวั่นโรงงานจะสร้างมลภาวะและมลพิษ สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านที่อาศัยรอบโรงงาน ที่สำคัญยังมีการอ้างว่า พื้นที่ที่ดำเนินการก่อสร้างโรงงานนั้น ทาง อีอีซี.อนุญาตให้สร้างโรงงานได้ จึงได้มายืนหนังสือร้องเรียน เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการสร้างโรงงานทั้ง 2 พื้นที่ดังกล่าว
นายจุมภฏกล่าวว่า การเดินทางมาร้องเรียนที่สำนักงาน อีอีซี.ครั้งนี้ เนื่องจากพื้นที่หมู่ 8 ต.หมอนนางได้มีการก่อสร้างโรงงานไปแล้ว ทั้งที่ยังไม่ได้ผ่านประชาพิจารณ์หรือประชาคมอย่างชัดเจน นอกจากนี้ใบอนุญาตขอตั้งโรงงานปรากฏว่ากลายเป็นโรงงานหลอมอะลูมิเนียม ซึ่งเป็นข้อห้ามของ อีอีซี. ซึ่งการสร้างโรงงานห้ามตั้งโรงงานที่ส่งผลกระทบต่อชุมชน แต่ปรากฏว่าได้มีการปล่อยข่าวออกไปว่า หมู่ 8 ต.หมอนนาง สามารถสร้างโรงงานได้เพราะ อีอีซี.อนุญาต จึงได้เดินทางมาสอบถามข้อเท็จจริง และได้รับการยืนยันแล้วว่า โรงงานหลอมโลหะนั้น อีอีซี.ระบุว่าไม่สามารถสร้างโรงงานได้
นายดำรงค์เดชกล่าวว่า การที่ตนเดินทางมาร้องเรียนนั้น เนื่องจากผู้ประกอบการโรงงาน ได้มีการอ้างกับชาวบ้านว่า อีอีซี.อนุญาตให้สร้างโรงงานได้ นอกจากนี้ในที่ประชุมยังได้มีการบันทึกการประชุมเกี่ยวกับการสร้างโรงงานในพื้นที่หมู่ 4 ต.บ่อกวางทอง โดยมีเจ้าหน้าที่ของรัฐอ้างว่าอีอีซี. อนุญาตให้สร้างโรงงานได้ เรื่องนี้ตนเห็นว่าเป็นการหลอกชาวบ้านให้หลงเชื่อ เพื่อให้การสนับสนุนในการทำประชาพิจารณ์ตั้งโรงงานได้ นอกจากนี้ได้มีข่าวออกมาว่า จะมีการประชาพิจารณ์เกี่ยวกับการตั้งโรงงานในพื้นที่หมู่ 4 ต.บ่อกวางทอง อีกครั้งหนึ่งในเดือนมิถุนายน 2568นี้
"ยอมรับว่าจากการติดตามความเคลื่อนไหวในการสร้างโรงงานในพื้นที่หมู่ 4 ต.บ่อกวางทองนั้น เป็นนายทุนจีน ประกอบการเกี่ยวกับโรงงานหลอมโลหะ สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านในพื้นที่ อ.บ้านบึงมาแล้ว จึงพยายามหาพื้นที่สร้างโรงงานหลังใหม่ และพยายามจะบิดเบือนข้อเท็จจริงคือ ทำประชาพิจารณ์เรื่องหนึ่ง แต่เมื่อผ่านประชาพิจารณ์ไปแล้ว จะกลายเป็นโรงงานหลอมโลหะ กล่าวง่ายคือโรงงานไม่ตรงปก สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่อาศัยรอบโรงงาน พวกตนจึงได้พยายามคัดค้านการสร้างโรงงานมาโดยตลอด" นายดำรงค์เดชกล่าวและว่า สำหรับพื้นที่ตั้งโรงงาน อีอีซี.ระบุว่าเป็นพื้นทีสีเหลือง ซึ่งเป็นพื้นที่ชุมชน เกษตรกรรม รวมทั้งตั้งโรงงานที่ไม่ก่อให้เกิดมลพิษ จึงได้มาขอหนังสือยืนยันกับ อีอีซี. ว่าการสร้างโรงงานเกี่ยวกับการหลอมโลหะนั้นทำไม่ได้ ในผังเมือง อีอีซี.ที่กำหนดไว้ในพื้นที่สีเหลือง
ทางด้านนายธนพัฒน์กล่าวว่า แกนนำชาวบ้านที่มาพบในครั้งนี้ ได้มาขอยืนยันเกี่ยวกับพื้นที่สีเหลืองนั้นสามารถตั้งโรงงานได้หรือไม่ สำหรับพื้นที่สีเหลืองอ่อน จัดให้เป็นที่ดินประเภทชุมชนชนบท มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นชุมชน และศูนย์กลางการให้บริการทางสังคม และการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนในพื้นที่ชนบทและเกษตรกรรม ส่วนโรงงานที่ตั้งได้จะต้องไม่ส่งผลกระทบต่อชุมชน ส่วนโรงงานหล่อหลอมโลหะนั้นไม่สามารถตั้งได้ ซึ่งในเรื่องทาง อีอีซี.จะทำหนังสือชี้แจงให้กับทางแกนนำของชาวบ้านอีกครั้งหนึ่ง เกี่ยวกับการใช้พื้นที่สีเหลือง คาดว่าจะสรุปข้อร้องเรียนให้กับแกนนำได้ประมาณ 2 สัปดาห์
"ส่วนกรณีที่มีการกล่าวอ้างว่า อีอีซี.อนุญาตให้ตั้งโรงงานในพื้นที่สีเหลืองได้ ซึ่งในเรื่องนี้จะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง และให้ทางฝ่ายกฎหมาย อีอีซี.ดำเนินการอีกครั้งหนึ่ง เพราะไม่เช่นนั้น อีอีซี.จะตกเป็นจำเลยของสังคม ทั้งที่ผังเมือง อีอีซี.กำหนดไว้อย่างชัดเจน" นายธนพัฒน์กล่าว.
ยอดเข้าชม 1784 ครั้ง